แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 650
1
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

2
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

4
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

5
สำหรับไทยแลนด์สมัย 4.0 ที่เป็นยุคที่ระบบไร้สายมีการปรับปรุงขึ้นอย่างในขณะนี้ เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายอย่างต่างก็พาเหรดกันเปลี่ยนเป็นของไร้สายกันแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่สายชาร์จ ลำโพง หรือแม้แต่หูฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูฟังไร้สาย ที่ตอนนี้ได้ถูกสร้างขึ้นแล้วเอามาวางจำหน่ายบนท้องตลาดกันมากมายหลายยี่ห้อ ทำตลาดตีตื้นขึ้นมาแข่งขันกับหูฟังมีสาย แล้วก็ดึงเอาผู้ใช้บางคนให้เปลี่ยนแปลงจากหูฟังเดิมๆไปใช้หูฟังรุ่นนี้กันมากมายก่ายกอง

แต่เชื่อว่า สำหรับผู้ใช้บางคนที่คุ้นชินกับหูฟังแบบมีสายมาก่อน อาจจะสงสัยอยู่ว่า หากว่าพวกเราลองเปลี่ยนมาใช้หูฟังแบบไร้สายดู จะใช้งานเจริญเหมือนกับของเดิมที่เคยใช้อยู่หรือเปล่า บางบุคคลไปค้นข้อมูลตามกระดานสนทนาต่างๆก็ได้พบกับกระทู้เป็นจำนวนมากที่บอกว่า หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีพอๆกับแบบมีสาย เพราะว่าจำต้องแปลงสัญญาณให้เป็น Bluetooth ก่อนจะส่งไปที่ตัวหูฟังที่คุณสวมอยู่ ซึ่งสัญญาณ Bluetooth บางทีก็มีคุณภาพดี แต่ว่าบางครั้งบางคราวคุณภาพก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เวลาฟังเพลง ก็เลยจะต้องเจอกับปัญหาเสียงขาดๆหายๆอยู่เสมอๆจนกระทั่งเสียอารมณ์การฟังเพลงไปหมด หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอยู่ แล้วมาพบกับกระทู้พวกนี้ อาจใจฝ่อ และจากนั้นก็เลิกล้มความคิดที่จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้ไปในทันที ขอบอกว่าอย่าเพิ่งจะรีบใจแป้ว เนื่องจากวันนี้เราจะมาดูกันว่า หูฟังไร้สาย ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสาย ใช่หรือเปล่า

ดังที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่า หูฟังไร้สาย จะใช้แนวทางแปลงสัญญาณเสียงให้เป็น Bluetooth ก่อนจะส่งมาที่ตัวหูฟัง และก็หลังจากนั้นจึงค่อยแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงใหม่ ในแต่ก่อนที่ระบบ Bluetooth ยังไม่ทันสมัยสักมากแค่ไหน ก็จะต้องสารภาพว่าสัญญาณเสียงมีปัญหาจริงๆบางคราวมีซ่าบ้าง มีขาดหายไปบ้าง แต่ในขณะนี้ที่ระบบ Bluetooth ได้พัฒนาไปๆมาๆกแล้ว ก็ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงในหูฟังไร้สายทำเป็นดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงหายอีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเล็งหูฟังไร้สายสักรุ่นหนึ่งอยู่ ขอให้หมดกังวลประเด็นการรับส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้เลย รับประกันว่าถ้าคุณลองต่อหูฟังไร้สายกับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือ Smartphone, iPod หรือ Tablet คุณจะสามารถฟังเพลงได้อย่างสบาย ฟินไปกับเสียงร้องที่ไพเราะ ดนตรีที่อัดแน่นยันเสียงเบสได้แน่ๆ

นอกเหนือจากสัญญาณ Bluetooth ของหูฟังที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ในหูฟังไร้สาย ยังได้รับการพัฒนาลำโพงจนถึงสามารถแสดงประสิทธิภาพเสียงได้จนถึงระบบ HD แสดงเสียงเบส เสียงเมโลดี้ และเนื้อหาเสียงร้องต่างๆได้อย่างครบถ้วนรวมทั้งนุ่มนวล เหมาะมากในการใช้ฟังเพลงโปรดของคุณ ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์สำหรับในการฟังเสียงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ผ่านการอัดมา หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ ก็มีความกระจ่าง สัมผัสเนื้อหาเสียงได้ครบ แม้ว่าจะมีเสียงรบกวนที่มาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกก็ตาม

จากรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งสิ้น ก็เลยสามารถสรุปได้ว่า หูฟังไร้สายเป็นหูฟังที่คุณภาพเสียงดีเยี่ยมไม่ต่างอะไรจากหูฟังมีสายที่วางขายกันทั่วๆไปเลย แถมยังเป็นหูฟังที่ให้ความสะดวกสำหรับการใช้งานได้ยิ่งกว่า เนื่องด้วยไม่มีสายมาเกะกะให้รำคาญ สามารถใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกจังหวะ จะเป็นตอนที่กำลังขับรถยนต์อยู่ ตอนกำลังตะกายเขา เดินป่า หรืเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวต่างๆที่ไม่อาจจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาพูดได้ขณะนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่คุณกระทำเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย แล้วกดรับโทรศัพท์ ก็สามารถคุยโทรศัพท์ได้เลย เรียกว่าเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยทำให้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้นได้มากจริงๆ

แต่ สำหรับการเลือกซื้อหูฟังไร้สายมาใช้สักตัวหนึ่งนั้น คุณควรมีวิธีการเลือกสักนิด เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยการทำได้ดังต่อไปนี้
1. อย่าเลือกหูฟังที่ราคาแพงถูกเหลือเกินมาใช้งาน เนื่องมาจากหูฟังจำพวกนี้มักถูกทำขึ้นจากสิ่งของที่ไม่ได้ประสิทธิภาพสักเท่าไร ถูกลดเกรดไปเรื่อยๆเมื่อนำมาใช้งานจริงจะใช้ได้ไม่ดี มีปัญหาแสดงเสียงไม่ละเอียดบ้าง เสียงแหลมเกินความจำเป็นบ้าง หรือบางคราวสัญญาณ Bluetooth ก็ขาดๆหายๆแล้วก็เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หูฟังไร้สายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็จะกลับไปอยู่ที่บ้านเก่าไปในเวลาอันเร็ว ในเวลาที่หูฟังไร้สายแบบแพงขึ้นมาสักนิดสักหน่อย จะเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ดิบได้ดี ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีอายุการใช้งานที่นานมากกว่า ถ้าคุณยินยอมที่จะซื้อหูฟังราคาแพงๆก็ขอแนะนำให้ซื้อรุ่นที่ราคาแพงสูงมากขึ้นมาสักนิดมาใช้งานจะดียิ่งกว่า
2. ลองเช็คหูฟังที่กำลังเลือกดูกรว่ามีคุณภาพการประกอบเป็นอย่างไร และก็ควรจะทดสอบหูฟังด้วยการต่อกับโทรศัพท์ของคุณ แล้วทดลองฟังเพลงจากในเครื่องของคุณดูด้วย ถ้าว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงที่ออกจะดีพอควร ก็สามารถนับว่าเป็นหูฟังที่มีคุณภาพดี สามารถซื้อไปใช้งานได้เลย แม้กระนั้นหากทดสอบดูแล้วะพบว่าไม่ค่อยดีสักเยอะแค่ไหน ก็ให้เปลี่ยนรุ่นไปเลย เพื่อได้สินค้าที่ตรงตามความจำเป็นอย่างแท้จริง ไมมีปัญหาใดตามมาคราวหลังจนกระทั่งเชิญชวนให้เสียอารมณ์เปล่าๆ

Website: บทความหูฟังไร้สาย: www.dotlife.store

6
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

7
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

8
ในระยะเวลารุ่งแจ้ง หรืออาจจะเช้ามากมายสำหรับใครบางคน การมีนาฬิกาปลุกไว้ช่วยปลุก ก็คงเป็นเรื่องที่จำเป็นชนิดห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดกันเลยทีเดียว

คุณคงจะทราบดีอยู่แล้วว่า นาฬิกาปลุกที่วางจำหน่ายอยู่บนท้องตลาดในขณะนี้นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท อย่างเช่น นาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลที่แสดงหน้าปัดเป็นตัวเลข และก็นาฬิกาปลุกแบบเข็ม แม้กระนั้นคุณอาจจะไม่รู้เรื่องว่าอันที่จริงแล้ว หากอยากจะเลือกนาฬิกาปลุกแบบใดสักแบบหนึ่ง ต้องมองที่อะไรบ้าง บางทีเมื่อไปห้างสรรพสินค้า คุณก็เลือกเฉพาะนาฬิกาเรือนที่ตัวเองชอบใจ พอนำกลับมาใช้ที่บ้านก็พบว่าใช้งานได้ไม่ดี ไม่ตรงตามความอยากได้สักเท่าไร เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ คุณอาจเกิดความข้องใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นพวกเราควรซื้อนาฬิกาปลุกแบบไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

แต่ก่อนที่จะไปเทียบกันว่านาฬิกาแบบไหนดีกว่ากัน พวกเราจำเป็นจะต้องรู้เรื่องก่อนว่านาฬิกาแต่ละเรือนนมีลักษณะอย่างไร เริ่มจากนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลก่อน นาฬิกาปลุกรุ่นนี้มีเอกลักษณ์เป็นการแสดงผลหน้าปัดเป็นตัวเลข เจาะจงชั่วโมง นาที แล้วก็วินาทีอย่างพิถีพิถัน ในนาฬิกาปลุกดิจิทัลบางรุ่น ยังมีการบอกตัวเลขอุณหภูมิในตอนนั้นอีกด้วย ข้อดีของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้เป็นบอกเวลาได้ละเอียด คุณสามารถรู้ได้ในทันทีว่าขณะนี้เป็นเวลาชั่วโมง กี่นาที และก็กี่วินาทีแล้ว ส่วนข้อผิดพลาดของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้เป็น ด้วยความเป็นนาฬิกาแสดงตัวเลข ทำให้เมื่อถึงเวลาตอนกลางคืนที่ปิดไฟมืดหมดแล้ว คุณจะไม่อาจจะเห็นเลขเวลาได้ ผู้สร้างหลายรายได้มองเห็นถึงข้อบกพร่องส่วนนี้ จึงได้เพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับเปิดไฟสะท้อนแสงที่หน้าปัดนาฬิกา โดยเมื่อกดปุ่ม คุณจะสามารถเห็นตัวเลขเวลาได้ ปัญหานี้ก็จะน้อยลง แม้กระนั้นในนาฬิกาดิจิทัลรุ่นต่ำๆจะยังไม่มีฟังก์ชั่นส่วนนี้ นอกนั้น ยังมีผู้ผลิตบางรายที่คิดทำให้นาฬิกาปลุกดิจิทัลของตนมีตัวเลขเรืองแสงอยู่ตลอดระยะเวลา ก็จะสามารถช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้กระจ่างแจ้งดียิ่งขึ้น แม้กระนั้นก็ตามมาด้วยปัญหาแสงจากจำนวนบนนาฬิกาก่อกวนคุณตลอดระยะเวลา ทำให้ไม่สามารถที่จะนอนได้สนิท จำต้องย้ายนาฬิกาไปไว้ห้องอื่น แปลงเป็นจุดบกพร่องขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนนาฬิกาปลุกแบบเข็ม เป็นนาฬิกาแบบอย่างเริ่มแรกที่อยู่คู่กับประเทศไทยพวกเรามานานแล้ว เอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ ประกอบด้วยเข็มสั้น เข็มยาว แล้วก็เข็มวินาทีบนหน้าปัด เข็มอีกทั้ง 3 จะเขยื้อนไปเรื่อยๆตรงเวลาที่ผ่านไป เนื่องจากว่าเป็นนาฬิกาเข็ม ทำให้การบอกเวลาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความละเอียดน้อยกว่านาฬิกาแบบดิจิทัลอยู่หน่อยหนึ่ง คุณอาจจะไม่สามารถมองเวลาจากนาฬิกาแบบเข็ม แล้วบอกได้ละเอียดหมดเลยว่าเดี๋ยวนี้กี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาที แม้กระนั้นก็พอที่จะบอกเวลาแบบคร่าวๆได้อยู่ว่าปัจจุบันนี้เป็นเวลากี่นาฬิกา กี่นาที นอกจากนี้ นาฬิกาแบบเข็มยังเป็นนาฬิกาที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นจัดเต็มราวกับอย่างนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลสักเท่าไรนัก ยิ่งบางรุ่น คุณอาจจะสามารถใช้งานได้แค่เพียงมองเวลาสิ่งเดียว ดูเหมือนกับว่าเป็นจุดอ่อน แต่ว่าจริงๆก็นับว่าเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการที่จะอยากนาฬิกาที่ใช้งานยุ่งยากมาก บอกเวลาได้ก็พอแล้ว เนื่องจากว่าบางทีซื้อนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลมา ก็ต้องพบกับจำนวนที่เยอะเต็มไปหมด ดูเกือบจะไม่รู้เรื่องว่าเลขไหนคือเวลา หรือเลขไหนเป็นยังไง คุณจะไม่เจอปัญหานี้ในนาฬิกาปลุกดิจิทัล

จะมองเห็นได้ว่า จุดแข็งของนาฬิกาปลุกทั้ง 2 อย่างนี้ ก็มีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับรูปแบบแล้วก็ฟังก์ชั่นการใช้แรงงาน ต่อนี้ไปกลับมาเข้าสู่ปริศนาที่ว่า ถ้าหากต้องการจะได้นาฬิกาปลุกสักเรือนละ จะเลือกแบบไหนดี ด้วยความที่นาฬิกา 2 แบบ ต่างก็มีคุณลักษณะเด่นต่างกัน ทำให้อาจบอกแบบพิพากษาไปเลยมิได้ในทันทีว่าซื้อเรือนไหนดีมากยิ่งกว่า ถ้าเกิดจะเลือกให้เจริญที่สุด คุณต้องใคร่ครวญสาเหตุดังต่อไปนี้
1. ความต้องการสำหรับการใช้งาน ถ้าว่าอยากได้นาฬิกาปลุกจำพวกที่ว่า ซื้อมาเพียงแค่เรือนเดียว ก็ดูได้ทุกสิ่ง ไม่จำกัดเฉพาะเวลา นาฬิกาดิจิทัล คงจะตอบสนองในสิ่งที่ต้องการของคุณได้ดีที่สุด เพราะแสดงผลลัพธ์ทุกสิ่ง อุณหภูมิ ลักษณะอากาศ วันที่ แล้วก็อื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าถ้าหากคุณซื้อนาฬิกาปลุกมาเนื่องจากว่ามีความคิดว่าจะใช้ปลุกจริงๆมิได้อยากได้ฟังก์ชั่นที่จัดเต็มจนกระทั่งชักชวนงง ใช้งานผิด ก็ขอแนะนำว่าแบบเข็มก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว
2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของนาฬิการุ่นนั้นๆอาทิเช่น นาฬิกาบางรุ่นมีฟังก์ชั่นเรืองแสงในตนเอง มีหน้าปัดพรายน้ำ ถ้าคุณมีความคิดว่าการนำนาฬิกาที่มีแสงสว่างในตัวเองมาตั้งในห้องนอน เป็นการก่อกวนการนอนของคุณ ทำให้นอนไม่หลับ หรือไม่ก็กระตุ้นให้เกิดความหลอนอย่างกับมีคนไหนมายืนอยู่ในห้อง ก็ไม่สมควรซื้อเรือนนั้น หันไปซื้อนาฬิกาปกติที่ไม่มีแสงสว่างในตนเองจะดีมากกว่า เป็นต้น
3. ไม่ใช่ว่า นาฬิกาปลุกทุกรุ่นจะมีเสียงปลุกที่เท่ากัน บางรุ่นเสียงปลุกเบามาก เกือบจะไม่ได้ยิน ถึงแม้ว่าจะปลุกก็ราวกับมิได้ปลุก หรือบางรุ่นก็มีเสียงปลุกที่สั่นประสาท ชักชวนให้ปวดหัวยามตื่นนอนทุกที เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัล หรือนาฬิกาปลุกแบบเข็มก็ตาม คุณต้องให้จุดสำคัญกับการเลือกเสียงปลุกด้วย ก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจซื้อ คุณควรลองทดลองเสียงปลุกมองสักนิดสักหน่อยว่าเป็นอย่างไร แล้วเลือกรุ่นที่คุณมีความคิดว่าถูกใจเสียงปลุกของมันสูงที่สุด
นาฬิกาปลุก ถือเป็นเครื่องใช้ไม้สอยชิ้นสำคัญที่ช่วยให้คุณตื่นมารับวันใหม่ได้อย่างแจ่มใส ด้วยเหตุนั้นคุณควรที่จะเลือกให้ถูก เพื่อช่วยสนับสนุนการหลับรวมทั้งการตื่นนอนอย่างตามที่เป็นจริง

Source: บทความนาฬิกาปลุก: Index Living Mall

9
ชั้นสำหรับเพื่อวางของ เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการเก็บของได้เป็นอย่างมากชั้นวางของที่มีการผลิตออกมาวางขายในตอนนี้ มีอยู่นานัปการต้นแบบไม่ว่าจะเป็นชั้นแบบทึบมีฝาปิด ชั้นแบบทึบไม่มีฝาปิด ไปจนกระทั่งชั้นแบบโปร่ง ในส่วนของขนาดก็มีอยู่นานัปการทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และก็ขนาดใหญ่ มีเจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยที่มีความรู้สึกว่าซื้อชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบไหนไปใช้ก็ได้ ไม่ต่างอะไรกันมากเท่าไรนัก อยากจะพูดว่าโน่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกจะต้องสักมากแค่ไหน เนื่องจากว่าแม้ว่าชั้นวางของทุกใบจะสามารถใช้วางของได้หมด แม้กระนั้นด้วยการออกแบบของมันทำให้ในบางครั้งถ้าพวกเราเลือกใช้อย่างไม่เหมาะสม จะก่อให้การจัดข้าวของทำเป็นไม่ราบรื่นนัก กำเนิดปัญหาเอาของเข้าจัดได้ไม่หมด หรือจัดของได้แต่ว่าของที่วางอยู่ชอบตกลงมาที่พื้น จำเป็นต้องรอเก็บขึ้นเสมอๆยิ่งถ้าหากเป็นข้าวของที่ทรุดโทรมเสียหายง่ายอย่างแก้ว ขวดโหล ถ้าหากตกลงมาแตกก็พอๆกับเสียไปเลย ไม่อาจจะเก็บขึ้นมาซ่อมแซมได้อีก นอกจากนี้ ถ้าเราเลือกใช้ชั้นสำหรับเพื่อวางของที่ไม่เข้ากับข้าวของที่พวกเราจะจัด ย่อมทำให้ของไม่มีระเบียบ มองรก แล้วก็บางทีอาจเปลี่ยนเป็นที่อยู่ของสัตว์อันไม่ประสงค์ทั้งหลายแหล่ได้ โดยเหตุนั้น การจะจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มองงดงามอย่างแท้จริง เราก็เลยจำเป็นจะต้องเลือกชั้นวางของให้ถูกลักษณะสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1. ชั้นสำหรับวางของแบบโปร่ง ไม่มีผนังกัน ชั้นวางลักษณะนี้มีแบบอย่างเป็น ไม่มีฝาผนังกัน มีเพียงแค่ส่วนโครง แล้วก็ส่วนพื้นของชั้นแต่ละชั้นเพียงแค่นั้น ด้วยความที่ไม่มีฝาผนังกั้น ทำให้ช่องทางที่สิ่งของจะตกลงมาด้านด้านล่างมีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวของที่วางไว้อย่างหมิ่นๆเหมาะสำหรับใช้วางข้าวของที่ได้โอกาสเสียหายได้น้อย สามารถใช้แบ่งประเภทสิ่งของที่มีปริมาณไม่มากเท่าไรนักได้
2. ชั้นวางของแบบโปร่ง มีฝาผนังกัน ชั้นออกแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายกับชั้นแบบแรก แตกต่างกันเพียงชั้นอย่างนี้จะมีการทำองค์ประกอบแผนผังสำหรับกั้นรอบๆพื้นชั้นโดยผนังนี้อาจมีความสูงจากพื้นชั้นขึ้นมาเพียงนิดหน่อย หรือบางทีอาจสูงขึ้นมาจนถึงแทบชั้นวางด้านบนก็ได้ชั้นวางของรูปแบบนี้มีจุดเด่น คือ ระบายอากาศได้ดี สามารถปกป้องสิ่งของได้ระดับหนึ่ง แม้ของบนชั้นจะหล่นลงมาก็จะใกล้กับฝาผนังที่กั้นอยู่ แต่ว่าด้วยผนังที่สร้างขึ้นมาไม่มากมาย บางทีอาจไม่สามารถคุ้มครองข้าวของชิ้นเล็กๆหรือข้าวของที่มีน้ำหนักเบาได้ เหมาะกับวางข้าวของที่มีน้ำหนักมากมาย แล้วก็อยากการปกป้องในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น จานชาม ถ้วย โถต่างๆรวมทั้งเครื่องครัวอื่นๆด้วย
3. ชั้นวางของแบบทึบ ไม่มีฝาปิด ชั้นวางลักษณะนี้จะเพิ่มรายละเอียดขึ้นมาสักนิด คือ มีการใช้วัสดุปิดทึบดังเช่นว่าไม้อัด พลาสวูด พลาสติก หรือไม้จริง มาปิดข้างๆและด้านหลังของชั้นจนกระทั่งทึบ เหือช่องว่างสำหรับนำสิ่งของเข้าเฉพาะด้านหน้าแค่นั้น ชั้นสำหรับวางของลักษณะนี้มีจุดเด่นคือสามารถคุ้มครองปกป้องสิ่งของเจริญก่าชั้นแบบโปร่ง ไม่มีปัญหาของตกไปอยู่ด้านหลังชั้น แต่ข้อตำหนิของชั้นรูปแบบนี้เป็น ระบายอากาศได้ไม่มากมาย เหมาะกับใช้เก็บข้าวของต่างๆที่ถือใช้หลายครั้ง และไม่อยากให้สัมผัสกับความชื้น อาทิเช่น เครื่องปรุงชนิดต่างๆข้าวของเครื่องใช้ประเภทน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจานแฟ้บ ที่พึ่งซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต
4. ชั้นวางของแบบทึบ มีฝาปิด ชั้นสำหรับเพื่อวางของรูปแบบนี้จะละม้ายกับชั้นแบบที่ 3 แต่ว่ามีการเพิ่มฝาสำหรับปิดชั้นด้วย จุดแข็งของชั้นสำหรับวางของรูปแบบนี้ก็คือ มีความมิดชิดสูง สามารถคุ้มครองป้องกันข้าวของจากความชุ่มชื้นและก็มลพิษต่างๆได้แทบ 100% ทั้งยังยังป้องกันไม่ให้สิ่งของตกจากชั้นได้ดีที่สุดด้วย แม้กระนั้นข้อตำหนิของมันก็มีอยู่เป็นระบายอากาศได้ไม่ดีนัก และก็จับของออกมาใช้งานได้ไม่ค่อยสบายเท่าชั้นวางแบบอื่นๆเหมาะสำหรับใช้เก็บสิ่งของที่มีน้ำหนักค่อย ข้าวของที่อยากได้การถนอม รวมทั้งสิ่งของที่ไม่ค่อยได้นำออกมาใช้งานอย่างเช่น แก้วเจียระไน เครื่องเคลือบต่างๆหนังสือ เอกสารต่างๆฯลฯ เว้นแต่ประเภทของชั้นสำหรับวางของตามลักษณะดังกล่าวข้างต้น เรายังสามารถแบ่งชนิดของชั้นสำหรับวางของตามการติดตั้งได้อีกด้วย โดยสามารถแยกออกได้เป็น 2 ต้นแบบ คือ ชั้นสำหรับวางของแบบตั้งพื้น และก็ชั้นวางของแบบแขวน ซึ่งชั้นวางของแบบตั้งพื้น จะเหมาะกับการใช้เก็บสิ่งของขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ในช่วงเวลาที่ชั้นที่เอาไว้สำหรับวางของแบบแขวนจะเหมาะสมกับการใช้เก็ยบข้าวของชิ้นเล็กๆที่มีน้ำหนักไม่มากมาย จะเป็นถ้วยชามทั้งหลายหรือข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ไม่สมควรใช้ชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบแขวนเป็นที่เก็บของที่มีน้ำหนักมากมาย เพราะอาจจะทำให้ชั้นวางรับน้ำหนักไม่ไหว ร่วงลงมาจากจุดติดตั้ง จนกระทั่งทำให้สิ่งของข้างในเกิดอันตรายได้ สำหรับเรื่องของวัสดุ ส่วนนี้จัดว่าไม่สลับซับซ้อนสักเท่าไรนัก เพราะว่าพวกเราสามารถประมาณด้วยตาเปล่าได้ว่าชั้นที่ทำจากอุปกรณ์ที่มองเห็น เหมาะสมแก่การใช้แรงงานในจุดที่อยากหรือเปล่า สำคัญๆก็มีเพียงแค่ไม่สมควรนำชั้นไม้อัดไปใช้ในที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง และไม่ควรที่จะนำชั้นพลาสติกไปใช้ในที่ๆอุณหภูมิเปลี่ยนตลอดเวลา เป็นต้น

การเลือกชั้นวางของให้เหมาะกับข้าวของที่จะวางนั้น ดูผิวเผินอาจดุจว่ามันไม่ใช่หัวข้อหลักอะไรนัก แต่ถ้าเกิดพวกเรารู้จักวิธีเลือกอย่างเหมาะสมและถูก ก็จะส่งผลให้การจัดข้าวของข้างในบ้านเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นขึ้นมาก แล้วก็อันตรายที่จะกำเนิดกับของในชั้นก็ลดน้อยลง ส่วนเรื่องออกแบบแล้วก็ราคา ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อดังที่หัวใจของตัวเองอยากได้เลย

ขอขอบคุณบทความ บทความชั้นวางของ: www.indexlivingmall.com

11
ในช่วงปัจจุบันที่อากาศในเมืองไทยร้อนขึ้นทุกๆวันจนกระทั่งเกือบจะละลายแบบนี้ คุณอาจกำลังคิดที่จะหาเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งให้กับบ้านของตนเองกันอยู่ใช่ไหม แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ คุณน่าจะไปดูเครื่องปรับอากาศ จากห้างมา รวมทั้งนำมาจัดตั้งที่บ้าน แม้กระนั้นในบางครั้งพอจัดตั้งไปแล้ว ก็ต้องเจอกับปัญหาหลายแบบ บางคราวก็ไม่เย็น บางคราวก็เย็นเหลือเกิน ถ้าเกิดเป็นเรื่องที่เครื่องปรับอากาศไม่ค่อยเย็น ส่วนนี้ทุกคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่าคือปัญหาแน่ๆต้องรีบแก้อย่างเร่งด่วน แต่ถ้าเกิดเกิดเรื่องแอร์เย็นเกินความจำเป็นละ คงจะสงสัยกันใช่ไหมว่าคือเรื่องธรรดา หรือจริงๆแอร์มีปัญหากันแน่ วันนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ประการแรก ถ้าว่าคุณซื้อเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งแล้ว พบว่าเย็นเหลือเกิน จะต้องทดลองเช็ค 2 อย่างงี้ก่อน ว่าแตกต่างจากปกติหรือไม่ ประกอบด้วย
1. การตั้งอุณหภูมิบนรีโมทคอนโทรล บางครั้งเครื่องปรับอากาศที่มาจากโรงงานบางทีก็อาจจะตั้งอุณหภูมิไว้เย็นเหลือเกิน อย่างเช่น 15 องศาเซลเซียส หากคุณมิได้มองรีโมทก่อน ก็บางทีอาจจะรู้สึกได้เช่นเดียวกันว่าแอร์เย็นเหลือเกิน ถ้าหากเป็นแบบนี้ก็ไขปัญหาได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ปรับอุณหภูมิขึ้นมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะเจาะ โดยธรรมดาแล้วควรอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส แม้กระนั้นถ้าเกิดเช็ครีโมทแล้วพบว่ามิได้ตั้งอุณหภูมิที่เย็นเหลือเกินเลย บางเวลาอุณหภูมิที่รีโมทอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสด้วยซ้ำ แต่รู้สึกได้ว่าเย็นมากมาย ส่วนนี้เป็นแตกต่างจากปกติแล้ว
2. ถ้าเกิดว่ามองที่รีโมทแล้วเหมือนจะไม่มีอะไรแตกต่างจากปกติ ยังคงใช้ได้เหมือนเดิม ให้ลองไปเช็คที่เครื่องปรับอากาศกันต่อไปเลย ทดลองดูว่าตอนตั้งอุณหภูมิกับรีโมทคอนโทรล เคื่องปรับอากาศได้มีการสนองตอบบ้างไหม ถ้าหากไม่มี ก็หมายความว่าการตั้งอุณหภูมิบางครั้งอาจจะไม่ส่งไปที่เครื่องปรับอากาศ อย่าลืมดูด้วยว่าตัวเครื่องมิส่งไม่ปกติอะไรหรือไม่ อาทิเช่น มีน้ำหยดออกมาจากตัวเครื่องมากจนเกินไป ฯลฯ
เมื่อทดลองเช็คอาการของเครื่องปรับอากาศจนถึงครบแล้ว ถ้าเกิดมีความรู้สึกว่าคุณไม่อาจจะแก้ไขปัญหาอะไรที่ตัวเครื่องได้แล้ว ก็แสดงว่าเครื่องปรับอากาศน่าจะมีความผิดธรรมดาแล้วละ เมื่อมาถึงจุดนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า แล้วต้นเหตุที่ทำให้เครื่องปรับอากาศมีความเย็นมากมายกระทั่งไม่ปกติละมีอะไรบ้าง โดยปัจจัยนั้นมีดังต่อแต่นี้ไป
1. เซ็นเซอร์รีโมทคอนโทรลไม่ตอบสนองการตั้งอุณหภูมิบนรีโมทคอนโทรล จนถึงทำให้ไม่สามารถที่จะตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสมได้ อย่างบางครั้งบางคราวเครื่องปรับอากาศของคุณอาจจะมีอุณหภูมิค้างอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส แล้วคุณต้องการจะปรับให้อุ่นกว่านี้ บางทีกดปุ่มปรับอุณหภูมิจนถึงเลขบนรีโมทได้ตามอยากได้แล้วก็จริง แต่ว่าเครื่องปรับอากาศไม่ตอบสนองกบรีโมท อุณหภูมิก็จะยังคงค้างอยู่ที่ 158 องศาเซลเซียสอยู่อย่างนั้น ถ้าเป็นอย่างงี้คุณก็จำต้องเช็คกันว่าเพราะเหตุใด บางครั้งอาจจะเป็นเพราะเหตุว่าลืมใส่ถ่านในรีโมทคอนโทรล ทำให้รีโมทไม่ทำงาน ถ่านหมด เป็นต้น แก้ได้อย่างง่ายๆด้วยการซื้อถ่านก้อนใหม่มาแปลง เพื่อให้รีโมทใช้งานได้ปกติ แม้กระนั้นหากแปลงถ่านแล้วพบว่ายังใช้ไม่ได้อีก ก็เป็นได้ว่ารีโมทบางทีก็อาจจะพัง หรือไม่ก็เกิดขึ้นจากตัวรับเซ็นเซอร์บนเครื่องปรับอากาศใช้งานไม่ได้ แม้เป็นอย่างงี้ เสนอแนะว่าให้แจ้งศูนย์บริการของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อนั้นๆให้เข้ามาขจัดปัญหาให้ อย่ามานะซ่อมแซมเอง หรือไปซื้อรีโมทเลียนแบบมาแปลงเอง เพราะเหตุว่าประเดี๋ยวปัญหาจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
2. เกิดขึ้นจากท่อน้ำยาทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศได้รับความเสื่อมโทรม แตก หัก จนกระทั่งทำให้น้ำยาสร้างความเย็นดำเนินการแตกต่างจากปกติ จนเกิดความเย็นเป็นอย่างมากประเภทที่ว่าเหมือนได้อยู่ขั้วโลกเหนือกันเลย และก็ในบางครั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการ เครื่องปรับอากาศเป็นน้ำแข็ง หรือมีน้ำแข็งห้อยออกมาจากช่องสร้างความเย็นร่วมด้วย หากเป็นแบบนี้ ขอชี้แนะวาอย่าพากเพียรไขปัญหาด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีความรู้และมีความเข้าใจเรื่องช่างนิดเดียวก็ตาม เพราะเดี๋ยวจะยิ่งทำให้เครื่องปรับอากาศมีปัญหาหนักขึ้น ทางที่เหมาะสมที่สุดคือรีบแจ้งศูนย์บริการให้เข้ามาปฏิบัติการปรับแก้ไห้ดียิ่งกว่า หรือหากเครื่องปรับอากาศนั้นเพิ่งซื้อมาใหม่ ก็สามารถรีบแจ้งกับฝ่ายขายของที่ๆคุณซื้อมา ให้เข้ามาดูและจัดการเปลี่ยนแปลงเครื่องใหม่ให้ก็ได้ โดยนับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีตำหนิ
อาการเครื่องปรับอากาศสร้างความเย็นให้มากเกินความจำเป็น สามารถเป็นได้ทั้งเรื่องปกติ รวมทั้งปัญหาที่จะต้องปรับแก้ เมื่อกำเนิดอาการนี้ขึ้น ให้ท่านรีบตรวจสอบแลชะหาทางแก้ไขในทันที เพื่อให้เครื่องปรับอากาศของคุณสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปกติ สิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่เราอยากจะบอกคุณ ก็คือ ถ้าเกิดรู้ตัวว่าเครื่องปรับอากาศนั้นเย็นเกินไป แก้เท่าไรก็แก้ไม่ได้ ต้องอย่ากล้ำกลืนใช้งานต่อ ให้ปิดเสีย เนื่องจากการอยู่ข้างในห้องที่มีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศมากจนเกินไปเป็นระยะเวลานานๆอาจจะทำให้คุณเกิดอาการเจ็บป่วยไข้ได้ ยิ่งถ้าในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นห้องนอนด้วยละก็ ขอบอกเลยว่าอย่าทนนอนในห้องที่เย็นเกินความจำเป็นเด็ดขาด มีสิทธิไม่สบายร้ายแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้เลยทีเดียว
เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ คุณอาจพอจะเห็นปัญหาของการใช้เครื่องปรับอากาศที่มีความเย็นมากจนเกินไปกันไปบ้างแล้ว ต่อไปนี้ถามว่า มีหนทางคุ้มครองป้องกันไม่ให้เผลอไปซื้อเครื่องปรับอากาศที่อาจจะมีปัญหาบ้างไหม เนื่องจากเครื่องปรับอากาศเป็นของที่ต้องติดตั้งก่อน ถึงจะทราบดีว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมานั้นมีปัญหาหรือไม่ การจะเอามาทิ่มปลั๊กทดลอง แบบเวลาพวกเราซื้อพัดลม โทรทัศน์ คงจะทำไม่ได้โดยทันที แนวทางที่เยี่ยมที่สุดที่จะคุ้มครองปกป้องปัญหานี้ได้ คือ ควรเลือกซื้อเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่มีแบรนด์ตามมาตรฐาน เป็นที่นิยมและได้รับการเอ๋ยถึงจากผู้ใช้คนอื่นว่าใช้ดีเท่านั้น หลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องปรับอากาศตามแรงเชียร์ของเซลล์ เท่านี้ จังหวะที่คุณจะเผลอไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาก็จะน้อยลงแล้ว

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความเครื่องปรับอากาศ / แอร์บ้าน: Index Living Mall

12
สำหรับกิจกรรมเพื่อถูกหลักอนามัยที่ดีของร่างกายนั้น การขัดฟัน เป็นกิจกรรมอย่างนึ่งที่คนทุกคนจะต้องทำ คงไม่มีใครที่รู้สึกว่าไม่จะต้องแปรงก็ได้ เว้นไปวันสองวันก็ยังได้แน่นอน เพราะว่าถ้าหากไม่แปรงฟัน จะเกิดเชื้อโรคสะสมในปากแล้วก็ส่งผลให้เกิดโรคหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งยังฟันผุ ติดเชื้อในโพรงปาก แถมยังส่งผลให้มีกลิ่นปาก ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเข้าสังคมได้มากทีเดียว

สำหรับการแปรงฟัน วัสดุอุปกรณ์ที่จำต้องใช้แน่นอนมีอยู่ 2 อย่างเป็นแปรงสีฟัน แล้วก็ยาสีฟัน ในระหว่างที่พวกเราใช้อยู่มันก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่าในเวลาที่ใช้งานเสร็จแล้วละ พวกเราจะเก็บของ 2 อย่างงี้ให้เรียบร้อยยังไงดี เนื่องจากทั้งแปรงสีฟันและก็ยาสีฟันเป็นของที่พวกเราจำต้องเอาเข้าปาก ถ้าเอาไปวางไว้แบบไร้ระเบียบ จนกระทั่งทำให้แปรงสีฟันจะต้องไปเจอกับสิ่งสกปรก หรือตกลงพื้นจนถ้าหากจะเอามาเข้าปากอีกรอบก็อาจกระอักกระอ่วนดวงใจไม่น้อย ยิ่งถ้าแปรงสีฟันตกลงไปในที่ๆไม่ปรารถนาสักมากแค่ไหน อย่างในโถส้วม หรืออ่างล้างจาน อาจไม่มีใครต้องการจะเอามาเข้าปากอีกครั้งหรอก จริงไหม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ที่ใส่แปรงสีฟัน ช่วยได้เสมอ

ที่ใส่แปรงสีฟัน เป็นเครื่องมือที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้พวกเราสามารถใส่แปรงสีฟันได้อย่างรัดกุม โดยปกติมักมีรูปทรงคล้ายแก้ว มีฝาปิดซึ่งจะมีช่องสำหรับแทงแปรงสีฟันพอเพียงเป็นช่องแคบๆตอนที่เราต้องการจะเก็บแปรงสีฟันก็ทำเป็นง่ายๆแค่แทงด้ามแปรงสีฟันลงไปในช่องที่ทำไว้แค่นั้น แทงลงไปจนกระทั่งปลายด้ามจะลงไปถึงตูด เท่านี้แปรงสีฟันของพวกเราก็ไม่สิทธิร่วงจากที่เก็บลงสู่พื้นได้แล้ว

ที่เก็บแปรงสีฟันที่ผลิตออกมาในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายรุ่น อีกทั้งรุ่นแบบแก้วใบเดียว จนกระทั่งรุ่นที่มีแก้วใส่แปรงสีฟันถึง 4 ด้ามในตัวเดียว ถามว่ารุ่นใดดีสุด ข้อนี้จะต้องขึ้นอยู่กับลักษณะการนำไปใช้งานของแต่ละคน หากว่าในห้องน้ำที่จะนำไปใช้นั้นมีคนหมุนเวียนใช้กันคนจำนวนไม่น้อย ประมาณว่าใน 1 บ้าน มีห้องอาบน้ำอยู่ห้องเดียว ที่ใส่แปรงสีฟันแบบที่มีแก้วเก็บหลายใบในตัวเดียวจะตอบปัญหาได้มากกว่า แต่ว่าหากเป็นส้วมที่มีคนรับใช้งานอยู่ตามลำพัง ในบ้านนั้นมีห้องสุขาหลายห้อง สมาชิกทุกคนแยกไปใช้แต่ละห้องเป็นของตนเอง ที่ใส่แปรงสีฟันแบบ 1 แก้ว ก็เพียงพอต่อการใช้แรงงานแล้ว

ที่ใส่แปรงสีฟัน แม้ว่าจะมองเป็นของใช้อย่างง่ายๆไม่มีการทำงานซับซ้อน แต่ว่าพวกเราก็จำเป็นต้องใช้ให้ถูกทาง และก็มีสิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้งานอยู่พอสมควร ส่วนจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันดีกว่า
1. ควรตั้งที่ใส่แปรงสีฟันเอาไว้ในจุดที่อยู่สูงพอเหมาะพอควร เพื่อให้พ้นจากน้ำ ความชื้น รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆแล้วก็อยู่ในจุดที่เราสามารถถือใช้ได้สะดวก ไม่ตั้งไว้สูงเกินไปจนถึงเอื้อมมือขึ้นไปหยิบตรากตรำ ห้ามตั้งที่ใส่แปรงสีฟันเอาไว้ภายในจุดที่เสี่ยงต่อการหล่น โดยยิ่งไปกว่านั้นที่ใส่แปรงสีฟันที่เป็นเซรามิคหรือแก้ว เนื่องจากบางทีอาจมีการตกแตกได้
2. การเสียบแปรงสีฟันใส่ที่ใส่แปรงสีฟัน ต้องใช้วิธีแทงแปรงใส่ลงในช่อง โดยให้ขนแปรงอยู่ข้างบนเท่านั้น อย่าคิดแนวทางเก็บแบบแผลงๆอย่างการคว่ำขนแปรงลง หงายด้ามแปรงขึ้น เพราะว่าจะก่อให้จับใช้ได้ลำบาก และก็สำหรับในการเก็บแปรง จำต้องทิ่มด้ามแปรงสีฟันลงไปจนกระทั่งจะสุดทุกครั้ง อย่าจิ้มด้ามแปรงสีฟันใส่เอาไว้ภายในที่เก็บแบบขอไปที เนื่องจากว่าจะก่อให้แปรงสีฟันได้โอกาสหลุดจากที่ใส่ จนหล่นลงมาที่พื้นเองได้
3. อย่าตั้งที่ใส่แปรงสีฟันทิ้งไว้แบบไม่สนใจมันเลย กะว่าเอาไว้เป็นที่เก็บแปรงเพียงอย่างเดียว เพราะตอนที่ผ่านไปวันแล้ววันเล่าๆโน่นเป็นฝุ่นผง สิ่งสกปรก และก็เชื้อโรคที่จะสะสมในที่ใส่แปรงสีฟันได้ ควรหมั่นจับที่ใส่แปรงสีฟันลงมาล้างชำระล้าง โดยการใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาล้างจานขัดถูออกจนกระทั่งสะอาด แล้วล้างด้วยน้ำเปล่า จากนั้นคว่ำไว้ให้แห้ง แล้วหลังจากนั้นก็ให้นำมาประกอบเพื่อใช้ใหม่อีกที และก็หากเห็นว่าที่ใส่แปรงสีฟันเริ่มมีฝุ่นเขรอะ หรือมีสัตว์ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างแมลงสาบ จิ้งจก ไปไต่ จะต้องหยุดใช้ แล้วนำลงมาล้างทำความสะอาดทันที
4. เมื่ออยากได้โยกย้ายที่ใส่แปรงสีฟันออกมาจากที่ ต้องทำให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดการร่วงแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใส่แปรงสีฟันที่ทำจากแก้ว หรือพลาสติกที่ออกจะบาง
ที่ใส่แปรงสีฟัน เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเก็บแปรงสีฟัน ให้ถูกตามหลักถูกหลักอนามัยเยอะขึ้น แล้วก็ช่วยทำให้ส้วมเรียบร้อยเพิ่มมากขึ้นด้วย บ้านผู้ใดที่ยังขาดที่เก็บของสำคัญอย่างแปรงสีฟันอยู่ ขอชี้แนะให้ซื้อที่แปรงสีฟันไปใช้งาน รับประกันว่าจะก่อให้การเก็บ การหยิบใช้แปรงสีฟันทำได้ง่ายดายมากยิ่งกว่าเดิมด้วย ยิ่งหากใช้คู่กับกล่องสำหรับหุ้มห่อขนแปรงสีฟัน จะยิ่งทำให้แปรงสีฟันของคุณมองสะอาด น่าใช้ ถูกสุขลักษณะเพิ่มมากขึ้นแน่ๆ

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความที่ใส่แปรงสีฟัน: Index Living Mall

13
สำหรับกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องผ้า ในหลายๆครั้งพวกเราคงเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ผ้าแฉะมิได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการซักผ้า หรือการนำผ้าไปใช้ในงานต่างๆย่อมได้โอกาสที่ผ้าจะแฉะได้ทั้งหมด รวมทั้งทางเดียวที่พวกเราจะมีผลให้ผ้ากลับมาแห้งสนิทได้ ก็จำต้องใช้กรรมวิธีการตากเพียงอย่างเดียวแค่นั้น

แน่นอนว่าสำหรับการตากผ้านั้น เฟอร์นิเจอร์ที่ถือเป็นของจำเป็นเยอะที่สุดก็คือ ราวตากผ้าซึ่งเฟอร์นิเจอร์ชนิดนี้เป็นประโยชน์เป็น เราจะสามารถนำผ้าขึ้นพิง ก่อนจะคลายให้ผ้าแผ่ออกจนรับกับความร้อน และอากาศโดยรอบได้อย่างมาก เมื่อผ้าสัมผัสกับอากาศ จะส่งผลให้ความชุ่มชื้นที่ตกค้างอยู่บนผ้าเบาๆระเหยออกไป จนกระทั่งท้ายที่สุดผ้าก็จะกลับมาแห้ง พร้อมต่อการใช้แรงงานไปได้อีก

ราวตากผ้าที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายในปัจจุบันนั้นมีอยู่ 2 ต้นแบบใหญ่ๆเป็นราวตากผ้าประเภทตั้งพื้น แล้วก็ราวตากผ้าจำพวกแขวนผนัง โดยราวตากผ้าทั้งยัง 2 อย่างงี้มีความต่างกันเป็น ราวตากผ้าแบบตั้งพื้นจะเป็นราวที่สามารถย้ายที่ได้ ช่วยอำนวยความสะดวกในการตากผ้าได้มากกว่า เหมาะสมกับการที่พวกเราจะโยกย้ายผ้าออกไปตากแดดเพื่อช่วยให้ผ้าแห้งเร็วขึ้นได้ ด้วยประการฉะนี้ ราวตากผ้าแบบตั้งพื้น จึงสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย จะใช้เป็นพักผ้า หรือจะใช้เป็นที่นำผ้าที่ซักแล้วออกตากแดดก็สามารถทำเป็น ในเวลาที่ราวตากผ้าแบบห้อยฝาผนัง จะเป็นราวที่ไม่สามารถที่จะย้ายที่ได้ ด้วยเหตุนี้ก็เลยเหมาะสมกับการตำหนิดตั้งไว้เพื่อเป็นที่พักผ้า เช่นจัดตั้งในห้องน้ำเพื่อใช้แขวนผ้าที่มีไว้เช็ดตัวก่อนที่จะเอาไปใช้ หรือผึ่งผ้าที่ใช้ประโยชน์มาแล้ว อาทิเช่น ผ้าขนหนูให้แห้ง สามารถใช้ประโยชน์งานต่อได้มากกว่า อย่างไรก็ดี แม้ราวตากผ้าประเภทห้อยจะสามารถใช้งานได้ยืดหยุ่นน้อยกว่า แม้กระนั้นก็มีจุดแข็งคือไม่รับประทานพื้นที่ ต่างจากราวตากผ้าแบบตั้งพื้นที่มักมีขนาดใหญ่ กินพื้นที่มากมาย ยิ่งหากตั้งเอาไว้ในห้องแคบๆพวกเราต้องสูญเสียพื้นที่ใช้สอยส่วนหนึ่งส่วนใดให้กับราวชนิดนี้ไปอย่างยิ่งจริงๆ

ราวตากผ้า ที่วางขายอยู่บนท้องตลาด ยังเป็นเครื่องเรือนที่ถูกประกอบมาจากอุปกรณ์หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก สแตนเลส พลาสติก หรือแม้แต่ไม้ ซึ่งในวัสดุแต่ละประเภทก็จะเหมาะสมกับการใช้งานในลักษณะที่ไม่เหมือนกัน แม้อยากได้ใช้งานราวตากผ้าเพื่อนำผ้าออกตากกลางแจ้ง ควรที่จะเลือกใช้ราวที่ทำมาจากสแตนเลสหรือไม้ เนื่องด้วยคงทนต่ออุณหภูมิและก็สภาพอากาศต่างๆได้ดิบได้ดี ไม่มีปัญหาประเด็นการผุกร่อน ขณะที่ราวตากผ้าแบบเหล็กหรือพลาสติก ถ้านำไปตั้งตากแดดจะมีการหมดสภาพ สึกกร่อนได้ง่าย ด้วยเหตุนั้นจึงเหมาะกับการใช้แรงงานในที่ร่มมากยิ่งกว่า นอกนั้น แม้เป็นราวตากผ้าพลาสติก จะไม่สามารถที่จะใช้รับน้ำหนักผ้าได้มาก เพราะว่าบางทีอาจมีการหักได้ ถ้าต้องการซื้อราวมาเพื่อตากผ้าครั้งละมากๆควรที่จะใช้ราวที่ทำมาจากวัสดุที่ออกจะแข็งแรง อย่างราวจากเหล็ก หรือสแตนเลสจะดีกว่า

ในส่วนของการใช้แรงงานราวตากผ้าไม่ว่าจะประเภทอะไรก็แล้วแต่มีสิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังอยู่ ดังต่อไปนี้
1. การห้อยผ้าบนราวตากผ้า ควรห้อยแบบกระจายผ้าออกจากกัน เพื่อน้ำหนักที่ราวตากผ้าได้รับมีความสมดุล และก็ยังมีผลให้ผ้าแต่ละชนิดได้สัมผัสกับอากาศกับความร้อนอย่างทั่วถึง อย่าแขวนผ้าแบบเอาเอาผ้า 4-5 ชิ้นมากมายระจุกรวมกัน เนื่องจากว่าจะก่อให้ผ้าแต่ละชิ้นได้สัมผัสอากาศไม่ทั่ว ทำให้แห้งยาก แล้วก็การนำผ้ามาห้อยกลุ่มไว้เพียงแต่จุดใดจุดหนึ่งของราวมากเกินความจำเป็น จะก่อให้ราวได้รับน้ำหนักอย่างไม่สมดุล กระทั่งเป็นสาเหตุของการเกิดการหัก หรือสกรูที่ยึดราวนั้นเคลื่อนจนทำให้ราวมีการหลุดออกมาได้
2. แม้เราจำต้องนำราวตากผ้าออกผึ่งแดด เมื่อเก็บผ้าเข้าบ้าน ควรที่จะเก็บราวตากผ้าเข้ามาไว้ภายในที่ร่มด้วย อย่าปล่อยราวไว้กลางแจ้งจนถึงเกิดการตากแดดตากฝน เนื่องจากจะก่อให้ราวมีการย่อยสลายในเวลาอันรวดเร็ว มีปัญหาสึกหรอ พังได้
3. ราวตากผ้า เป็นราวที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตากผ้าเท่านั้น เพราะฉะนั้นห้ามนำราวนี้ไปใช้แบบผิดเป้าหมาย อาทิเช่น นำไปใช้เป็นที่เหยียบสำหรับป่ายปีนขึ้นเขาที่สูงๆหรือใช้เป็นที่พิงสิ่งของหนักๆเนื่องจากราวรับน้ำหนักไม่ไหว เกิดการเสียหัก ยิ่งหากว่าราวหักระหว่างที่เรากำลังป่ายปีนอยู่ก็ย่อมเกิดเรื่องที่อันตรายมาก แล้วก็ต้องระวังอย่าให้เด็กตัวเล็กๆอยู่ใกล้กับราวตากผ้ามากเกินความจำเป็น เพราะเด็กอาจป่ายปีนจนถึงตกลงมาได้รับบาดเจ็บได้
4. ห้ามปรับปรุงแก้ไขดัดแปลงราวตากผ้าเป็นเครื่องเรือนอย่างอื่นที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น เก้าอี้ หรือชั้นสำหรับวางของ แม้แต่การดัดแปลงแก้ไขให้ตากผ้าได้มากกว่าธรรมดาก็ไม่สมควรที่จะทำ เนื่องจากโดยปกติแล้วโครงของราวตากผ้ามิได้หนาอะไรมากมาย ถ้าหากกระทำปรับปรุงแก้ไขดัดแปลง อาจส่งผลให้โครงของราวตากผ้ารับน้ำหนักไม่ไหว มีการเสียหักพังทลายลงมาได้
ราวตากผ้า นับว่าเป็นเครื่องเรือนที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การตากผ้าของเราแปลงเป็นเรื่องง่าย อย่างไรก็ดี ในราวตากผ้าแต่ละจำพวกจากแต่ละวัสดุนั้นก็มีข้อดีข้อด้อยนานับประการ คนที่กำลังมองหาราวสักราวหนึ่งเพื่อใช้สอยสำหรับเพื่อการตากผ้า ควรต้องเลือกซื้อราวที่มีขนาด รวมทั้งใช้สิ่งของที่เหมาะสมกับการใช้งานของตัวเอง เพื่อให้ได้ราวที่ใช้งานได้ตามสิ่งที่ต้องการ

Source: บทความราวตากผ้า: Index Living Mall

14
ไวน์ คือเครื่องดื่มรสดีอย่างหนึ่งเดี๋ยวนี้ได้รับความนิยมมาก ยิ่งถ้าเกิดเก็บไว้ในตู้แช่ที่มีอุณหภูมิเหมาะเจาะ ไม่เย็นเกินความจำเป็น ไม่อุ่นเกินความจำเป็น แล้วเปิดดื่มในช่วงเวลาที่สมควรด้วยแล้วละก็ จะยิ่งเป็นยอดเยี่ยมเครื่องดื่มที่คุณจะไม่อาจจะละปากออกมาจากแก้วได้อย่างแน่แท้

แต่การดื่มเหล้าองุ่น เครื่องใช้ไม้สอยสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณจะขาดไปไม่ได้เลย ก็คือ แก้วไวน์ แก้วชนิดนี้มีลักษณะเป็นแก้วทรงสูง มีขาตั้ง ข้างบนเป็นส่วนตูดสำหรับใส่ไวน์ มีทั้งๆที่ทำขึ้นจากแก้ว แล้วก็ทำขึ้นจากพลาสติก ให้ความรู้สึกหรูหรา สง่าผ่าเผย เหมาะมากสำหรับใส่เครื่องดื่มชั้นเยี่ยมอย่างเหล้าองุ่น แต่สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยดื่มเหล้าองุ่นสักเยอะแค่ไหน อาจสงสัยว่า แก้วไวน์ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่สำคัญกับการดื่มไวน์สูงถึงขนาดนั้นเชียวหรือ จริงๆถ้าต้องการจะดื่มเหล้าองุ่น เทไวน์ใส่ในแก้วแบบมีหูหิ้วธรรมดาก็น่าจะได้ไหม แถมเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว แก้วที่มีหูหิ้ว มีรูปทรงฐานรากอย่างที่เรารู้จักดีกันดี น่าจะจุไวน์ได้มากกว่าแก้วไวน์เสียอีก ถ้าหากคุณเป็นคนนึงที่คิดอย่างนี้ อย่าคอยช้า ไปดูเหตุผลกันเลยดีกว่าว่าทำไมจะต้องใช้แก้วไวน์สำหรับเพื่อการดื่มไวน์โดยยิ่งไปกว่านั้น
1. แก้วไวน์เป็นแก้วที่มีปริมาตรเหมาะสมกับเครื่องดื่มอย่างเหล้าองุ่น อย่าลืมว่า ไวน์ ไม่ใช่เครื่องดื่มอย่างน้ำส้ม ที่จะเทให้เต็มแก้วสักเท่าใดก็ได้ ดื่มเข้าไปพรวดเดียวหมดก็ยังอร่อย แต่เหล้าองุ่นเป็นเครื่องดื่มประเภทบ่ม มีกลิ่นและก็รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แล้วก็การจะดื่มเหล้าองุ่นให้ได้รสเยี่ยมที่สุด ต้องใช้วิธีจิบทีละเล็กละน้อย ไม่ใช่การดื่มพรวดพราดเดียวหมด หากว่าคุณรินเหล้าองุ่นใส่ไว้ด้านในแก้วปกติที่มีปริมาตรจำนวนมากละก็ ในเวลาที่คุณค่อยๆจิบทีละน้อย คุณจะรู้สึกอิ่มเร็วกว่าธรรมดา สุดท้ายเหล้าองุ่นที่อยู่ในแก้วใบใหญ่นั้นก็จะไม่หมด ซึ่งถ้าคุณจิบไวน์ไม่หมด ก็จำเป็นต้องทิ้งสิ่งเดียว ไม่อาจจะรินกลับใส่ขวดเพื่อดื่มคราวต่อไปอีกได้ แต่ถ้าเกิดคุณรินใส่แก้วไวน์ คุณจะได้จำนวนเหล้าองุ่นที่ใช้ดื่มอย่างพอเหมาะ ไม่มากจนเกินความจำเป็น และไม่ไม่เพียงพอ สามารถจิบกระทั่งหมดแก้วได้อย่างพอดี โดยที่ยังคงรสชาติหอมหวาน เป็นเอกลักษณ์สำหรับไวน์อยู่
2. แก้วไวน์ จะช่วยเอื้อต่อการดื่มเหล้าองุ่นให้กับคุณได้มากกว่าแก้วชนิดอื่นๆเนื่องจากเป็นแก้วที่มีปากแคบ แม้กระนั้นมีตูดกว้าง คุณสามารถดื่มเหล้าองุ่นตามสูตรที่ได้รับการเสนอแนะมาได้เลย อย่างก่อนดื่ม จำต้องหมุนแก้วให้ไวน์เหมาะเสียก่อน โดยคุณสามารถหมุนได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าไวน์จะกระฉอกออกมาจากแก้ว จนกระทั่งหกเลอะ เมื่อไวน์ถึงที่เหมาะแล้ว ก็ค่อยๆจิบ ด้วยปากแก้วที่แคบ จะก่อให้คุณสามารถจิบไวน์ได้ในจำนวนน้อยๆอย่างที่คุณอยากได้ ไม่เผลอทำไวน์หกเข้าปากจนถึงทำให้รสชาติต้องห่วยลงไป และก็ที่สำคัญ การดื่มไวน์ในแก้วไวน์นี้ จะช่วยเพิ่มความเลิศหรูให้กับไวน์ ทำให้คุณคิดว่าการดื่มเหล้าองุ่นครั้งนี้อร่อยมากเพิ่มขึ้น

เห็นไหมว่า แก้วไวน์เป็นแก้วที่มีความหมายต่อการดื่มเหล้าองุ่น และก็เป็นแก้วที่คอเหล้าองุ่นทุกคนจะขาดไปมิได้เลย ทั้งนี้ แก้วไวน์ ยังไม่เป็นเพียงแค่แก้วที่สามารถใช้ดื่มได้เพียงแค่เหล้าองุ่นเพียงแค่นั้น ในเครื่องดื่มชนิดอื่นๆอาทิเช่น น้ำดื่ม นม หรือแม้แต่น้ำหวาน คุณก็สามารถนำใส่แก้วไวน์ เพื่อเพิ่มความสวยหรู แล้วก็รสชาติให้กับการกินได้อีกด้วย
การรักษาแก้วไวน์ภายหลังจากที่ดื่มเสร็จแล้ว สามารถทำได้ไม่ยาก มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. ล้างแก้วไวน์ด้วยน้ำยาที่เอาไว้ล้างจาน โดยเริ่มจากนำแก้วไวน์ที่สกปรก ไปล้างด้วยน้ำดื่มเพื่อชำระรอยเปื้อนบางส่วนออกไปก่อน แล้วก็เพื่อให้คราบที่เกาะติดอยู่นิ่มขึ้น สามารถล้างออกได้อย่างง่ายดายด้วย จากนั้นก็เลยใช้ฟองน้ำนุ่มๆชุบน้ำยาล้างจานพอประมาณ แล้วนำฟองน้ำนั้นมาเช็ดถูทำความสะอาดแก้ว ขัดเอาคราบเครื่องดื่มที่ติดอยู่ออกให้หมด จบด้วยการล้างน้ำไม่เพื่อกำจัดคราบและก็น้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจานออก ก็เท่านี้ก็เรียบร้อย ในขั้นตอนกลุ่มนี้ คุณต้องระวัง อย่าให้แก้วไวน์หลุดมือ เพราะเหตุว่าอาจก่อให้แก้วไวน์ตกพื้นจนกระทั่งแตกเสียหายได้
2. นำแก้วไวน์ที่ล้างจนสะอาดแล้วมาเช็ดถูด้วยผ้าสะอาดที่มีเนื้อนุ่ม อย่างผ้าขนหนู เพื่อแก้วแห้ง มองสะอาดเพิ่มขึ้น อย่าใช้ผ้าขี้ริ้ว หรือผ้าที่สกปรกมาเช็ดเด็ดขาด เพราะเหตุว่าจะทำให้แก้วสกปรก
3. คว่ำแก้วไวน์บนชั้นคว่ำแก้วที่สามารถล็อกไม่ให้แก้วขยับได้ โดยในการคว่ำ จะต้องคว่ำแก้วไวน์ไว้ที่จุดกึ่งกลางชั้น หรือจุดซึ่งสามารถล็อกไม่ให้แก้วไวน์ขยับได้ อย่าวางแก้วไวน์แบบหมิ่นเหลือเกิน เพราะเหตุว่าอาจส่งผลให้แก้วหล่นลงมาแตกเสียหาย และก็จำเป็นต้องคว่ำแก้วไวน์ไว้ให้พ้นจากมือเด็ก หรือสัตว์เลี้ยงที่อาจทำให้แก้วไวน์ตกแตกแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนกระทั่งเป็นอันตราย
4. เมื่อแก้วไวน์ใบใดที่มีร่องรอยเสีย เช่น ปากแตก มีรอยแตก แม้ว่าจะยังคงใช้ใส่ไวน์ได้อยู่ ก็ขอชี้แนะว่าไม่สมควรนำกลับมาใช้อีก เพราะรอยแตกเหล่านั้นอาจก่อให้ผู้กินได้รับอันตราย บาดมือ หรือบาดปากจนถึงเป็นแผลได้
เมื่อต้องการดื่มเหล้าองุ่น พวกเราขอเสนอแนะทุกท่านว่าอย่าลืมเลือกใช้แก้วไวน์ เพื่อรสของไวน์โปรดของคุณ เพิ่มความเลิศหรูให้กับไวน์ของคุณดีขึ้น จะใช้ดื่มเอง หรือเสิร์ฟแขกที่มาเยี่ยมเยือนที่บ้านก็ดีทั้งนั้น ยิ่งหากได้ดื่มคู่กับอาหารแสนอร่อยอย่างสเต๊ก รับประกันว่าคุณจะลืมเครื่องดื่มอย่างอื่นไปเลย

ขอขอบคุณบทความ บทความแก้วไวน์: Index Living Mall

15
มั่นใจว่าแทบทุกๆบ้าน อาจจะมีความเห็นว่าการปรุงอาหารไว้ทานเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็ควรจะมีการประกอบอาหารอย่างต่ำสัก 1 มื้อทุกวัน เนื่องจากว่าหากจะให้ซื้อของกินจากนอกบ้านมาทานกันเป็นประจำก็คงสิ้นเปลืองพอสมควร แถมยังไม่ค่อยดีต่อร่างกายสักเท่าไรอีกด้วย

สำหรับคนประกอบอาหารอย่างคุณ คงทราบว่า การทำอาหาร เป็นการผสมผสานเอาศาสตร์และศิลปกิ่งก้านสาขาต่างๆเข้ามาไว้ด้วยกัน จะต้องมีเครื่องมือมากมาย แล้วก็ต้องรู้จักการผสมอาหารแบบมีฝีมือด้วย ไม่อย่างนั้นอาหารที่ได้มาก็จะไม่อร่อยเท่าไรนัก แต่ว่าแม้การผสมอาหารด้วยมือทุกขั้นตอน จะช่วยขับให้เมนูของคุณมีรสชาติดี น่าทาน มีกลิ่นหอมสดชื่นมากมายก็จริง แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เช่นเดียวกันว่าถ้าใช้มือทำหมดทุกขั้นตอน ก็จะต้องเสียเวลาเป็นเวลานานมากพอเหมาะพอควร ยิ่งบางเมนู บางครั้งคุณอาจจะต้องใช้เวลาทำกว่าครึ่งวันอย่างยิ่งจริงๆกว่าจะได้เป็นเมนูแสนอร่อยชักชวนฟินได้ ถ้าว่าพ่อครัวคนประกอบอาหารอย่างพวกเราๆสามารถหาเครื่องมือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะทุ่นแรงบางขั้นตอนไปได้ก็อาจจะดีไม่น้อย รวมทั้งเครื่องผสมอาหาร ก็เป็นเยี่ยมในเครื่องมือที่ช่วยภาระการประกอบอาหารไปได้มากพอควรอยู่เหมือนกัน
เครื่องผสมอาหารเป็นเครื่องที่มีส่วนประกอบคือ มีถาดสำหรับใส่ของกิน มีหัวสำหรับคน และก็มีปุ่มพร้อมปลั๊กไฟสำหรับเสียบ และก็สั่งให้เครื่องดำเนินงานได้ วิธีการใช้งานทำได้ง่ายอย่างยิ่ง เพียงคุณนำของกินที่อยากได้ผสมใส่ลงไปในถาด จากนั้นทิ่มปลั๊กไฟฟ้า ตั้งเมนู แล้วกดสั่งขับเคลื่อนก็ใช้ได้ เครื่องจะทำการปั่นอาหารที่คุณเทใส่ลงไปให้เหมาะ เมื่ออ่านมาถึงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า ถ้าหากว่าเป็นแบบนั้น เรามีเครื่องปั่นอยู่แล้ว ไปใช้เครื่องปั่นเลยไม่ดีกว่าหรือ ขอบอกเลยว่า เครื่องปั่นจะช่วยปั่นอาหารให้เข้ากันได้เช่นเดียวกันก็จริง แต่ก็จะทำให้วัตถุดิบต่างๆที่คุณใส่ลงไปนั้นถูกบดกระทั่งแหลกละเอียด กลายเป็นสมูทตี้แบบที่ใช้ประโยชน์ปรุงต่อไม่ติดเลย แต่ในเครื่องผสมอาหาร จะทำแค่คนอาหารให้เหมาะแค่นั้น ไม่มีการใช้ใบมีดฟันวัตถุดิบในของกินกระทั่งแหลกละเอียดแน่ๆ เหมาะสมมากสำหรับใช้คนของกินที่อยากได้ให้ถูกกัน อย่างการผสมแป้งเพื่อทำเค้ก การผสมสีจากใบเตยกับแป้งที่ได้นวดไว้แล้วให้มีสีสวย สำหรับนำไปทำขนมต่อไป หรือแม้กระทั้งการใช้เพื่อตีไข่ให้ขึ้นฟู สำหรับนำไปเตรียมอาหารชนิดเมนูไข่เจียว ไข่ตุ๋น หรือแม้แต่ใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูขนมก็ยังได้เช่นเดียวกัน กล่าวได้ว่าเป็นเครื่องสารพัดประโยชน์ ใช้ได้กับทุกรายการอาหาร ประเภทที่ว่าทุกๆบ้านที่ชื่นชอบการทำขนมหรืออาหารควรจะมีไว้ติดบ้านกันเลยจริงๆ

เครื่องผสมอาหาร ยังมีลักษณะเด่นอยู่ตรงที่ชิ้นส่วนต่างๆสามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นท่อนหัวสำหรับคน ส่วนถาดใส่ของกิน สามารถถอดออกมาได้ไม่ยากแล้วก็การล้างทำความสะอาดก็ไม่ยุ่งยาก ใช้เพียงแค่ฟองน้ำจุ่มกับน้ำยาสำหรับล้างจาน ต่อจากนั้นเอามาถูชำระล้างบนชิ้นส่วนที่เลอะเทอะ ตามด้วยล้างน้ำเปล่าออกให้สะอาด และจากนั้นจึงนำไปผึ่งจนกว่าจะแห้งก็เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย เมื่อจะใช้ครั้งถัดมาก็แค่ประกอบองค์ประกอบต่างๆเข้าไปกับเครื่องเพียงแค่นั้น

แม้กระนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน หรือการล้างชำระล้างเครื่องผสมอาหารก็ตาม มีสิ่งที่คุณจะต้องระวังไว้ด้วย เพื่อการใช้งานเครื่องมีประสิทธิภาพสูงที่สุดและไม่เกิดอันตรายใดๆก็ตามดังนี้
1. ก่อนการใช้งาน ควรจะตรวจดูส่วนประกอบของเครื่องแต่ละส่วนให้ดีว่า ได้ประกอบให้แน่นสนิทแล้วหรือยัง เพราะว่าในขณะที่ใช้งานอยู่ เครื่องผสมอาหารจะมีกำลังปั่นค่อนข้างจะแรง ถ้าหากคุณประกอบส่วนประกอบต่างๆไม่แน่นอย่างที่ควรเป็น เมื่อใช้ไปได้สักระยะหนึ่ง อาจจะเป็นผลให้องค์ประกอบบางอย่าง ดังเช่นว่า หัวสำหรับคน หรือถาดใส่อาหารหลุดกระเดนออกมา จนถึงอาหารที่ใส่อยู่หกเลอะ และก็ยิ่งหากว่าองค์ประกอบต่างๆกระเด็นออกมาถูกตัวของผู้ใช้ด้วย ก็อาจจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจนกระทั่งจะต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่กันเลยทีเดียว
2. ตรวจตราความแรงสำหรับการปั่นของเครื่องที่ตั้งไว้ ณ ในตอนนั้นเหตุว่าเป็นยังไง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะว่าจะมีผลต่อของกินที่คุณกำลังประกอบอยู่โดยตรง บางรายการอาหารที่มิได้อยากได้ความแรงในการผสมมากมาย อย่างพวกขนมที่อยากได้ให้มีเกล็ดน้ำตาลขึ้นทั้งหลายแหล่ จำต้องไม่ใช้ความแรงสำหรับการผสมมากเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่าประเดี๋ยวน้ำตาลที่ใส่ไว้จะละลายหายไปหมด เมื่อเสร็จบริบูรณ์แล้วจะไม่มีเกล็ดน้ำตาลขึ้นเลย หรือเมนูไข่อย่างไข่กระทะทั้งหลาย ถ้าเกิดใช้ความแรงสำหรับการผสมมากจนเกินไป ไข่ก็จะขึ้นฟูกันแบบใหญ่โต ต่อไปนี้ละ เวลานำไปปรุงให้สุก ไข่จะแผ่บานเป็นจานเชิง ทานผู้เดียวก็ไม่หมดกันเลยล่ะ
3. เมื่อใช้เครื่องผสมอาหารเสร็จแล้ว ต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดให้หมดจดทุกคราวก่อนนำไปใช้ครั้งต่อมา เพื่อให้เครื่องมีความสะอาด เหมาะสมในการปรุงอาหาร และไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่จะทำลายสุขภาพ แถมการล้างเครื่องให้สะอาดทุกหน ยังทำให้อาหารที่คุณปรุงมีรสชาติดี ไม่มีกลิ่นกลิ่นหืนคละเคล้าด้วยนะ
4. รักษาเครื่องไว้ให้มิดชิดสักนิดหน่อย อย่าทำให้มีฝุ่นเกาะ หรือมีสัตว์อย่างจิ้งจก แมลงสาบ เข้าไปใช้เป็นที่อยู่หรือเดินผ่าน เพราะประเดี๋ยวเครื่องจะเปรอะเปื้อนจนใช้ปรุงอาหารไม่ได้อีก แถมยังทำให้เกิดโรคได้ง่ายอีกด้วย

Source: บทความเครื่องผสมอาหาร: Index Living Mall

หน้า: [1] 2 3 ... 650
พื้นที่โฆษณา ขนาด 985x100 พิกเซล
ติดต่อ 087-693-9740 Line butsaba- มีเครื่องหมายขีด