แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - itroom0016

หน้า: [1] 2 3
1
อื่นๆ / โรคหัวใจ (Heart Disease)
« เมื่อ: 8 กรกฎาคม 2018, 12:20:12 น. »
โรคหัวใจ (Heart Disease) หมายถึง โรคต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของหัวใจ โดยโรคหัวใจสามารถแบ่งย่อยได้เป็นหลายกลุ่มโรค เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลิ้นหัวใจ โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด และโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เป็นต้น
[img width=600,height=400]https://i0.wp.com/www.108news.net/wp-content/uploads/2018/07/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%88.jpg[/img]
 
จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปี พ.ศ. 2555-2558 อัตราผู้ป่วยโรคหัวใจในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีพ.ศง 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดจำนวน 58,681 คน หรือโดยเฉลี่ยถึงชั่วโมงละ 7 คน และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้สาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจนั้นมักเกิดจากปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่สามารถป้องกันได้ เช่น การสูบหรือสูดดมควันบุหรี่ การรับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารไขมันสูง อาหารหวาน และอาหารเค็มที่ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ยังควรควบคุมน้ำหนัก รวมถึงหมั่นตรวจสุขภาพวัดระดับความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ
อาการของโรคหัวใจ
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในส่วนของหัวใจที่ต่างกัน ทำให้โรคหัวใจมีอาการต่างกันไปในแต่ละชนิด
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ มักส่งผลให้มีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก ร้าวไปตามกราม แขน ลำคอ ท้อง หรือบริเวณหลัง และบางครั้งอาจมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือหมดสติได้[/*]
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีอาการผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจ อาจเต้นเร็วผิดปกติ ช้าผิดปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ ทำให้รู้สึกใจสั่น แต่บางครั้งอาจแสดงอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หรือคล้ายจะเป็นลมได้เช่นกัน[/*]
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์มักมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม และมีอาการมากขึ้นเมื่อต้องออกแรงหนัก ๆ ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจที่รุนแรงมากขึ้นจะทำให้มีอาการเหนื่อยแม้ขณะนั่งอยู่เฉย ๆ มีอาการบวมตามแขน ขา หนังตา ร่วมกับอาการอ่อนเพลีย นอนราบไม่ได้ และตื่นขึ้นมาไอในเวลากลางคืน[/*]
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เป็นโรคที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อทารกอยู่ในครรภ์มารดา โดยอาจแสดงอาการทันทีเมื่อแรกคลอด หรือแสดงอาการมากขึ้นในภายหลังก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ คือกลุ่มที่มีอาการเขียวและกลุ่มไม่มีอาการเขียว ในกลุ่มที่มีอาการยังไม่รุนแรงมากอาจสังเกตได้ในภายหลัง เช่น เหนื่อยง่ายเวลาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน แต่ในกลุ่มที่มีอาการมากจะทำให้เลี้ยงไม่โต ทารกมีอาการเหนื่อยขณะให้นมหรือติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย ๆ เป็นต้น[/*]
  • โรคลิ้นหัวใจ อาการของโรคขึ้นอยู่กับความผิดปกติของลิ้นหัวใจที่เกิดขึ้น ในกลุ่มที่มีความผิดปกติเพียงเล็กน้อยอาจไม่แสดงอาการใด ๆ หรืออาจได้ยินเสียงผิดปกติจากการตรวจร่างกายเท่านั้น แต่หากมีความผิดปกติของลิ้นหัวใจมากก็จะมีอาการเหนื่อยง่าย และเกิดภาวะหัวใจวายหรือน้ำท่วมปอดได้[/*]
  • โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ อาการที่แสดงถึงโรคนี้ ได้แก่ มีไข้ โดยมักจะเป็นไข้เรื้อรัง อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจหอบเหนื่อย ไอเรื้อรังแห้ง ๆ ขาหรือช่องท้องบวม รวมถึงมีผื่นหรือจุดขึ้นตามผิวหนัง[/*]
สาเหตุของโรคหัวใจ
เช่นเดียวกันกับอาการ สาเหตุของโรคหัวใจแต่ละชนิดมีที่มาต่างกัน ดังนี้
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ สาเหตุส่วนมากเกิดจากไขมันหรือแคลเซียมที่สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหลอดเลือดจนขัดขวางทางเดินเลือด ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมักมีสาเหตุมาจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในหลอดเลือดสูง น้ำหนักเกิน และสูบบุหรี่[/*]
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจเกิดขึ้นในผู้ป่วยบางรายที่เดิมมีความผิดปกติของหัวใจอยู่แล้วหรือเกิดกับคนทั่วไปที่มีหัวใจปกติก็ได้ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต การใช้สารเสพติด ยา อาหารเสริมบางชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน นอกจากนี้อาจเป็นความเสี่ยงจากอาการเจ็บป่วยโรคหัวใจอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคลิ้นหัวใจ หรือโรคอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง[/*]
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ มีสาเหตุต่างกันไปตามความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อหัวใจ โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม อาจเกิดจากการไหลเวียนของเลือดสู่หัวใจน้อยลง การได้รับยาหรือสารพิษบางชนิด การติดเชื้อ และพันธุกรรม ส่วนโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนามักเป็นผลจากพันธุกรรมและอายุที่มากขึ้น และโรคกล้ามเนื้อหัวใจถูกบีบรัด ที่กล้ามเนื้อหัวใจแข็งและยืดหยุ่นน้อยลง อาจเป็นผลมาจากโรคอื่น เช่น เนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ ภาวะธาตุเหล็กมากเกิน หรือการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัด เป็นต้น[/*]
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด อาจเป็นภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ของมารดาที่ทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนด การใช้ยาหรือสารเสพติดบางชนิดขณะตั้งครรภ์ การติดเชื้อของมารดาระหว่างตั้งครรภ์ รวมทั้งอาจเกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็ได้[/*]
  • โรคลิ้นหัวใจ สามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติหรือทำงานบกพร่องมาแต่กำเนิด หรือเป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากโรคอื่น ๆ เช่น ไข้รูมาติก เยื่อบุหัวใจอักเสบ หรือเนื้อเยื่อเกี่ยวพันผิดปกติ[/*]
  • โรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ เกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต รวมทั้งการทำหัตถการทางการแพทย์ การใช้สารเสพติด และมีการเหนี่ยวนำให้เกิดการติดเชื้อที่บริเวณหัวใจตามมา[/*]
การวินิจฉัยโรคหัวใจ
แพทย์มักเริ่มด้วยการตรวจร่างกายเบื้องต้น สอบถามอาการ ประวัติการเจ็บป่วย รวมถึงบุคคลในครอบครัวที่เคยป่วยเป็นโรคหัวใจ จากนั้นจึงพิจารณาความเป็นไปได้แล้วเลือกวิธีวินิจฉัยขั้นต่อไป ซึ่งอาจเป็นการตรวจเลือด เอกซเรย์หน้าอก ตรวจหัวใจด้วยเครื่อง CT Scan หรือ MRI ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจบันทึกการทำงานของหัวใจ หรือตรวจด้วยการสวนหลอดเลือดหัวใจ ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
การรักษาโรคหัวใจ
การรักษาโรคหัวใจจะรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบและรักษาตามอาการที่ผู้ป่วยเป็นในขณะนั้น เช่น การทำหัตถการสวนหัวใจ การผ่าตัดหัวใจ ร่วมกับการใช้ยารักษา รวมถึงการให้คำแนะนำในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ ความเครียด และเพิ่มการออกกำลังกาย การปรับพฤติกรรมการบริโภคโดยแนะนำให้ลดอาการเค็ม อาหารหวาน และอาหารที่มีไขมันสูง
ภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจ
โรคหัวใจชนิดต่าง ๆ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่แตกต่างกัน ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยที่สุด คือ หัวใจล้มเหลว เกิดขึ้นได้จากโรคหัวใจทุกชนิด ส่วนภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจขึ้นอยู่กับโรคหัวใจที่ผู้ป่วยเป็นด้วย เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ส่วนกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจอาจตามมาด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดในสมองขาดเลือด โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ และโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้สามารถนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างฉับพลันได้
การป้องกันโรคหัวใจ
การป้องกันโรคหัวใจด้วยตนเองทำได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหมั่นตรวจร่างกายเพื่อควบคุมระดับความดันและไขมันในเลือดเป็นประจำ การรับประทานอาหารและออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ควรเน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช ลดปริมาณไขมัน โซเดียม และน้ำตาลให้น้อย หมั่นออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก หยุดสูบบุหรี่ นอกจากนี้ ความเศร้าและความเครียดก็อาจเป็นปัจจัยการเกิดโรคหัวใจได้ จึงควรพยายามผ่อนคลายให้มาก รวมทั้งรักษาสุขอนามัยให้ถูกต้องอยู่เสมอเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อบริเวณหัวใจ

เครดิต : https://www.108news.net/news/2103[/color]

2
อื่นๆ / อัพเดท: นกเขาไม่ขัน (Erectile Dysfunction)
« เมื่อ: 8 กรกฎาคม 2018, 11:21:43 น. »
นกเขาไม่ขัน (Erectile Dysfunction) หรือ หย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย คือ ภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ตามป
กติ ซึ่งเกิดได้จากทั้งสาเหตุทางด้านร่างกายและจิตใจ หรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือด โรคทางระบบประสาท ภาวะขาดฮอร์โมนเพศชาย โรคเครียด โรคซึมเศร้า หรืออาจเกิดจากความขัดแย้งระหว่างคู่รัก จนส่งผลถึงสภาพจิตใจ รวมไปถึงการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิด

http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=731

3
อื่นๆ / นกเขาไม่ขัน (Erectile Dysfunction)
« เมื่อ: 7 กรกฎาคม 2018, 16:28:24 น. »
นกเขาไม่ขัน (Erectile Dysfunction) หรือ หย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย คือ ภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ตามป
กติ ซึ่งเกิดได้จากทั้งสาเหตุทางด้านร่างกายและจิตใจ หรือปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคหลอดเลือด โรคทางระบบประสาท ภาวะขาดฮอร์โมนเพศชาย โรคเครียด โรคซึมเศร้า หรืออาจเกิดจากความขัดแย้งระหว่างคู่รัก จนส่งผลถึงสภาพจิตใจ รวมไปถึงการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ หรือการใช้ยาบางชนิด
[img width=600,height=400]https://i0.wp.com/www.108news.net/wp-content/uploads/2018/07/%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B8%99.jpg[/img]
นอกจากนั้น ปัญหานกเขาไม่ขัน สามารถเกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งจะเกิดขึ้นกับประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีอายุระหว่าง 40-70 ปี
อาการของนกเขาไม่ขัน
อาการของนกเขาไม่ขัน เกิดขึ้นเมื่ออวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ อาจเกิดร่วมกับภาวะบกพร่องทางเพศอื่น ๆ เช่น มีความต้องการทางเพศลดลง มีปัญหาในการสำเร็จความใคร่ และมีความผิดปกติในการหลั่งน้ำอสุจิ เป็นต้น
หากมีสัญญาณหรืออาการของนกเขาไม่ขันหรือภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์
  • มีความกังวลหรือรู้สึกสงสัยว่าตนเองมีภาวะนกเขาไม่ขันหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นเวลากว่า 2-3 สัปดาห์[/*]
  • พบว่าตนเองมีอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับเพศ เช่น มีปัญหาในการหลั่งน้ำอสุจิเร็วหรือช้าเกินไป[/*]
  • เป็นผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของภาวะนกเขาไม่ขัน เช่น โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน รวมไปถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ[/*]
สาเหตุของนกเขาไม่ขัน
สาเหตุแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ
สาเหตุทางด้านร่างกาย
นกเขาไม่ขันส่วนใหญ่จะมีสาเหตุ คือโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง โรคอ้วน หรือโรคพาร์กินสัน และ ภาวะนกเขาไม่ขัน เป็นเพียงปลายเหตุ
นอกจากนั้น ยังสามารถเกิดได้จากผลข้างเคียงจากการรักษาโรคหรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า หรือยาแก้แพ้ รวมไปถึงการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้าหนัก ร่างกายอ่อนล้า หรือมีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ เป็นต้น
สาเหตุทางด้านจิตใจ
สมองมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นทำให้เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย หรือกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ ซึ่งภาวะทางจิตใจบางอย่างที่ไปขัดขวางหรือส่งผลด้านลบต่ออารมณ์ทางเพศ ได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ รวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งหรือปัญหาความสัมพันธ์กับคู่ของตน
การวินิจฉัยนกเขาไม่ขัน
ในเบื้องต้นแพทย์จะซักประวัติผู้ป่วย เช่น อาการที่สำคัญ ประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว หรือยาที่ใช้อยู่ และแพทย์จะตรวจร่างกาย นอกจากนั้น หากแพทย์พบปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติมหรืออาจต้องส่งตัวไปให้แพทย์เฉพาะทาง ซึ่งการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่ ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวด์ ตรวจสุขภาพจิต หรือตรวจสอบการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่เกิดภาวะนกเขาไม่ขันมักจะมีโรคที่เป็นต้นเหตุซ่อนอยู่ จึงจำเป็นต้องมีการวินิจฉัยหาสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างตรงจุด
การรักษานกเขาไม่ขัน
การรักษานกเขาไม่ขัน หรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และโรคประจำตัว เช่น หากเป็นโรคทางกาย แพทย์ก็จะรักษาสาเหตุนั้น ๆ แต่หากรักษาแล้วไม่ได้ผลแพทย์ก็จะทำการวินิจฉัยในขั้นต่อไปเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และหาว่าการรักษาหรือการบำบัดชนิดใดที่เหมาะสมกับคนไข้ที่สุด
โดยในปัจจุบัน การรักษา นกเขาไม่ขัน มีหลากหลายวิธีตามความเหมาะสมและความต้องการของคนไข้แต่ละคน ได้แก่
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
  • พยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวันโดยอาศัยความพยายามและความตั้งใจจริง เพื่อทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น เพราะการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายเป็นตัวบ่งชี้ถึงสุขภาพร่างกาย[/*]
  • ผู้ป่วยที่มีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน ควรหาวิธีเพื่อลดน้ำหนัก เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมอาหาร เพราะปัญหาน้ำหนักตัวเกินเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหานกเขาไม่ขันหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระยะยาวได้[/*]
  • เลิกสูบบุหรี่ ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกฮอล์ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวทำลายสุขภาพ เมื่อสุขภาพร่างกายแย่ลงก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำมาสู่การหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ในที่สุด[/*]
  • หลีกเลี่ยงหรือพยายามลดความเครียด เพราะความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้น ควรหาทางลดความเครียด หาสาเหตุที่ทำให้เครียดและพิจารณาดูว่าสามารถแก้ไขได้หรือไม่ หากไม่ได้ก็ควรขอความช่วยเหลือ เช่น เข้ารับขอคำปรึกษาจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์[/*]
  • ผู้ที่กำลังใช้ยารักษาโรคที่อาจก่อให้เกิดภาวะนกเขาไม่ขัน เช่น ยารักษาโรคซึมเศร้า (Antidepressants) หรือยาแก้แพ้ (Antihistamines) เมื่อผู้ป่วยที่ใช้ยาดังกล่าวพบว่าตนเองมีภาวะนกเขาไม่ขันอยู่ สามารถปรึกษากับแพทย์ที่ให้การรักษาโรคนั้น ๆ[/*]
รักษาด้วยยารับประทาน
ยารักษาและบำบัดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศชาย พีดีอี 5 อินฮิบิเตอร์ (Phosphodiesterase-5 Inhibitors: PDE-5) ได้แก่ ยาซิลเดนาฟิล (Sildenafil) ยาทาดาลาฟิล (Tadalafil) ยาวาร์เดนาฟิล (Vardenafil) เป็นยาที่ใช้ในการบำบัดผู้ที่มีภาวะนกเขาไม่ขันหรือหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาจะออกฤทธิ์ชั่วคราวในการช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตของอวัยวะเพศชาย
รับประทาน 1 เม็ด ภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งพบว่า 2 ใน 3 ของผู้ชายที่ใช้ยานี้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศที่ดีขึ้น แต้ต้องมีการเล้าโลมก่อนใช้ยา จึงจะเห็นผลดี
ยากลุ่มนี้ห้ามใช้กับผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Angina) เพราะอาจต้องใช้ยากลุ่มไนเตรท (Nitrate) ในการรักษา และเมื่อต้องใช้ร่วมกับยากลุ่มพีดีอี 5 อินฮิบิเตอร์ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงกับหัวใจและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่ต้องใช้ยากลุ่มไนเตรทควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
นอกจากนั้น ควรระมัดระวังการใช้ยา สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงของภาวะองคชาตแข็งค้าง (Priapism)  ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว หรือผู้ที่ใช้ยาแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha-blockers) ซึ่งเป็นยาที่ทำให้หลอดเลือดขยายตัว และใช้รักษาได้หลากหลายโรคและอาการ เช่น โรคต่อมลูกหมากโต ความดันโลหิตสูง
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้ยากลุ่มพีดีอี 5 อินฮิบิเตอร์
  • ปวดศีรษะ และไมเกรน[/*]
  • ผิวหนังแดง[/*]
  • อาหารไม่ย่อย[/*]
  • คลื่นไส้และอาเจียน[/*]
  • คัดจมูกหรือมีน้ำมูกไหล[/*]
  • ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ[/*]
  • รบกวนทัศนวิสัยในการมองเห็น[/*]
ฮอร์โมนบำบัด
ผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่มีสาเหตุเกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น มีระดับฮอร์โมน เพศชาย ต่ำเกินไป แพทย์อาจรักษาด้วยการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนในร่างกายให้กลับสู่ระดับปกติ
อุปกรณ์สูญญากาศหรือกระบอกสูญญากาศ
เป็นอุปกรณ์ที่แพทย์อาจแนะนำให้กับผู้ป่วยที่ใช้ยารับประทานไม่ได้ผล อุปกรณ์มีลักษณะเป็นกระบอกกลวง มีทั้งแบบใช้ถ่านและใช้แรงมือ สามารถนำอุปกรณ์นี้สวมครอบเข้าไปที่อวัยวะเพศและปั๊มเอาอากาศออกมา จะทำให้เลือดเข้าไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศและทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวนานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้
การผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศเทียม
การผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศ จะเป็นวิธีสุดท้ายเมื่อรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผล โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะไม่แนะนำวิธีนี้ เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงเหมือนกับการผ่าตัดทั่วไป เช่น การติดเชื้อ นอกจากนั้น แกนอวัยวะเพศเทียมยังมีราคาแพงมากและต้องเป็นศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะบางรายเท่านั้นจึงจะสามารถทำได้
การรักษาทางจิตใจ
การรักษาที่อาจได้ผลสำหรับผู้ที่มีภาวะนกเขาไม่ขันที่มีสาเหตุมาจากจิตใจ เช่น วิธีการฝึกที่เรียกว่า ‘’Sensate Focus’’ ซึ่งเป็นวิธีบำบัดทางเพศที่จะให้คู่รักเข้ามารับการบำบัดพร้อมกัน
ในระยะแรก เริ่มจากการไม่ให้คู่รักมีเพศสัมพันธ์กันเลย และไม่ให้สัมผัสกับอวัยวะเพศหรือเต้านมฝ่ายตรงข้าม ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการสัมผัสอวัยวะเพศของผู้ชายที่มีปัญหาได้
ในระยะต่อไป จะเริ่มให้จับอวัยวะเพศและเต้านมได้แล้ว เพื่อให้เรียนรู้ว่าจะต้องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศจากการสัมผัสอวัยวะเพศหรือเต้านมอย่างไร และเมื่อผ่านการฝึกปฏิบัติให้มีการตื่นตัวทางเพศเป็นอย่างดีแล้วจึงจะให้มีเพศสัมพันธ์กัน
สำหรับผู้ที่มีภาวะนกเขาไม่ขันที่มีสาเหตุจากภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล สามารถพูดคุยกับผู้ให้คำปรึกษา ซึ่งจะช่วยให้สามารถพิจารณาหาสาเหตุที่แท้จริงและหาทางแก้ปัญหาต่อไปได้
นอกจากนั้น ยังมีการบำบัดรักษาทางจิตอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าใจตนเองได้มากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง เรื่องเกี่ยวกับเพศ หรือเรื่องความสัมพันธ์กับคนรัก โดยการบำบัดด้วยการเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy: CBT) เป็นการให้คู่รักเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ อารมณ์ หรือความรู้สึกต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะนกเขาไม่ขัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ผู้เข้ารับบำบัดเกิดความเข้าใจในปัญหา และสามารถหาทางแก้ไขได้ในที่สุด
การรักษาด้วยสมุนไพร
อีกทางเลือกที่มีความเสี่ยงน้อยและเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ คือ การนำสมุนไพรมาใช้รักษานกเขาไม่ขัน ส่วนในบ้านเรามีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ ที่มีส่วนประกอบหลักจากสมุนไพร ซึ่งได้รับการวิจัยว่าอาจช่วยในเรื่องนกเขาไม่ขัน เช่น โสมและแปะก๊วย แต่ต้องพิจารณาสรรพคุณและระมัดระวังผลข้างเคียงในการใช้สมุนไพรเหล่านี้ด้วยเช่นกัน
ภาวะแทรกซ้อนของนกเขาไม่ขัน
โดยปกติแล้วภาวะนกเขาไม่ขันจะไม่มีความรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนใด ๆ แต่อาจส่งผลทางด้านจิตใจและความสัมพันธ์ เช่น
  • หากอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง อาจทำให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลตามมา[/*]
  • เมื่อได้รับประสบการณ์ทางเพศที่ไม่ดี อาจนำมาสู่ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้าได้ในที่สุด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียความมั่นใจหรือเกิดความไม่สบายใจ[/*]
  • อาจทำให้มีปัญหาความขัดแย้งหรือปัญหาความสัมพันธ์กับคู่รัก ทั้งเรื่องความสุขสมในการมีเพศสัมพันธ์หรือปัญหาเนื่องจากไม่สามารถมีบุตรได้[/*]
การป้องกันนกเขาไม่ขัน
การป้องกันสามารถเริ่มต้นด้วยตนเองง่าย ๆ ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้วยังช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์ พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดสม่ำเสมอ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น เช่น เลิกสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำอารมณ์ให้แจ่มใสและหลีกเลี่ยงความเครียด
นอกจากนั้น สำหรับผู้มีภาวะทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล หรือมีปัญหาทางสุขภาพจิตอื่น ๆ ควรติดต่อเข้ารับการบำบัดรักษาทางจิตเพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที

[/color]เครดิต : https://www.108news.net/news/2757

4
            โรคกระดูกและข้อ ในปัจจุบันพบได้มากขึ้นเรื่อยๆโดยมีด้วยกันหลายสาเหตุ
ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก ต่างๆ
เอ็นรอบข้อฉีกขาด โรคจากการทำงานและเล่นกิจกรรมที่หักโหม เช่น อาการปวดหลัง
 ปวดคอ นิ้วล็อก โรคโดยกำเนิด เช่น เท้าปุก กระดูกสันหลังคดงอ
โรคจากการอักเสบติดเชื้อ
ส่งผลให้การดำเนินชีวิตขาดความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว
ด้วยเหตุผลนี้โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์จึงจัดตั้ง
"คลินิกศัลยกรรมกระดูกและข้อ"
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติและดำเนินชีวิตได้ดีเช่นเดิม
 
โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูทุกท่านที่ทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บที่กระดูกหรือความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อเฉียบพลันและเรื้อรัง


                  "คลินิก ศัลยกรรมกระดูก และข้อ" โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์
เป็นศูนย์การแพทย์สาขาวิชาออร์โธปิดิกส์ที่มีมาตรฐานแห่งหนึ่ง
ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อที่มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์เฉพาะสาขาวิชาความชำนาญด้านกระดูกและข้อในสาขาเฉพาะทางที่ลงลึกในสาขาย่อย
 (Subspecialtyผ่านการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยทำให้ผลการรักษาโรคกระดูกและข้อได้ผลที่ดีกว่าการรักษาทั่วไป
 ไม่ว่าการผ่าตัดกระดูกหัก รักษาอาการโรคข้ออักเสบ ข้อเสื่อม
ด้วยวิธีการใช้ยาและการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อหัวไหล่
การเย็บเส้นเอ็นหัวเข่าด้วยวิธี Arthroscopy
ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้นและเพื่อให้ความมั่นใจว่าผู้ป่วยทุกท่านจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด
       ให้การบริการและการรักษา
  •       ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ทั่วไป
  • [/color][/*]
  •       ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง
  • [/color][/*]
  •       โรคทางออโธปิดิกส์ในเด็ก
  • [/color][/*]
  •       การรักษาโดยการส่องกล้องและเวชศาสตร์การกีฬา
  • [/color][/*]
  •       ศัลยกรรมการเปลี่ยนข้อเทียม
  • [/color][/*]
  •       สะโพกเทียม
  • [/color][/*]
  •       ข้อเข่าเทียม
  • [/color][/*]
  •       หัวไหล่
  • [/color][/*]
  •       ข้อศอก
  • [/color][/*]
  •       ศัลยกรรมเกี่ยวกับมือ
  • [/color][/*]
   โดยสามารถปรึกษาแพทย์ที่คลินิกโรคกระดูกและข้อ หากท่านมีอาการต่อไปนี้
      - ความเจ็บปวดและการบาดเจ็บของระบบโครงสร้าง กระดูก ข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ
      - ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดเอว
      - อุบัติเหตุกระดูกหัก ข้อเคลื่อน ทั้งกระดูกสันหลังและแขนขา
      - บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือจากการทำงาน 
      - ปวดไหล่ แขน ศอก มือและเท้า
      - เอ็นและกล้ามเนื้อฉีกขาด
      - ความพิการผิดรูปร่าง ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
      - หลังคด
      - ข้อโก่งงอ
      - มือ เท้า นิ้ว ผิดรูปร่าง นิ้วหัวแม่เท้าเก
      - ขาสั้น ยาว ไม่เท่ากัน
      - ความเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม
      - กระดูกพรุน
      - การอักเสบและการกดทับเส้นประสาท
      - มือชา นิ้วล็อค
      - แขนขา อ่อนแรง
      - ข้อบวม โรคเก๊าท์ โรคข้ออักเสบอื่นๆ


   เครดิต : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=8
         
     

6
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ


7
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

8
ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org

เว็บ : https://www.lnwlike.org


ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ

เว็บ : https://www.lnwlike.org


เว็บ : https://www.lnwlike.org



ปั้มไลค์,ปั้มไลค์เพจ,ปั้มไลค์เพจฟรี,ปั้มไลค์แฟนเพจ,เพิ่มไลค์แฟนเพจ,รับเพิ่มไลค์แฟนเพจ


9
อื่นๆ / ลิ้นหัวใจ
« เมื่อ: 3 กรกฎาคม 2018, 15:54:00 น. »
    ลักษณะและหน้าที่ของลิ้นหัวใจหัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ประกอบด้วยห้องหัวใจ 4 ห้อง โดยมี ลิ้นหัวใจ ซึ่งเป็นอวัยวะที่คอยปิดและเปิดให้เลือดผ่านเข้าออกในแต่ละห้องหัวใจทั้งหมดจำนวน 4 ลิ้น ได้แก่ ลิ้นเอออร์ติก (Aortic Valve) ลิ้นไมตรัล (Mitral Valve) ลิ้นไตรคัสปิด (Tricuspid Valve)  และลิ้นพูลโมนิค (Pulmonic Valve) ลิ้นทั้งสี่นี้จะทำงานประสานกันเพื่อให้หัวใจสามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ หากลิ้นหัวใจมีความผิดปกติ ไม่ว่าจะเกิดการตีบ (Stenosis) หรือรั่ว (Regurgitation) จะทำให้การทำงานของหัวใจผิดปกติด้วย ไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้ตามปกติ นอกจากนั้นยังอาจทำให้มีเลือดคั่งในปอด ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ถ้าเป็นมากขึ้น จะนอนราบศีรษะต่ำไม่ได้ เนื่องจากอาการแน่น และเหนื่อยหายใจลำบาก พยาธิสภาพหรือสาเหตุของความผิดปกติของลิ้นหัวใจ แบ่งได้ดังนี้
    1) ความพิการของลิ้นหัวใจแต่กำเนิด(Congenital Valve Disease) เช่น ลิ้นหัวใจตีบ เด็กที่เป็นโรคกลุ่มนี้ จะมีอาการตั้งแต่แรกคลอด และมักจะต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
    2) โรคลิ้นหัวใจรูมาติกส์(Rheumatic Heart Disease) เป็นโรคลิ้นหัวใจผิดปกติชนิดที่พบมากที่สุดในประเทศไทย เกิดจากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส กรุ๊ป เอ ทำให้เกิดไข้รูมาติกส์เมื่อครั้งผู้ป่วยยังเป็นเด็กและมีผลทำลายลิ้นหัวใจ ของผู้ป่วยในระยะยาว  ส่วนมากจะเริ่มอาการแสดงความผิดปกติของหัวใจ 5-10 ปี หลังจากเป็นไข้รูมาติกส์
    3) โรคลิ้นหัวใจผิดปกติจากการเสื่อมสภาพ(Degenerative Valve Disease) มักพบในผู้ป่วยสูงอายุ เกิดจากการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการผิดปกติของการเปิดหรือปิดของลิ้น เช่น ลิ้นไมตรัลรั่ว ซึ่งเกิดจากตัวลิ้นมีการเสื่อมและยืดตัวมาก หรือลิ้นเอออร์ติกตีบในผู้สูงอายุ ซึ่งเกิดจากการเสื่อมของเนื้อเยื่อและมีหินปูนมาเกาะที่ตัวลิ้น (Calcification)
    4) โรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ(Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และตัวเชื้อโรคไปเกาะกินที่ลิ้นหัวใจ  ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน และหัวใจวายรุนแรงรวดเร็วมาก  ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของตัวลิ้น และทำให้เกิดการรั่วของลิ้นอย่างรุนแรง กลุ่มโรคนี้ส่วนหนึ่งพบในผู้ป่วยที่ใช้ ยาเสพติดฉีดเข้าเส้นโดยใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าในกระแสโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม สามารถพบโรคลิ้นหัวใจอักเสบนี้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดยาเสพติดได้ โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางอื่น เช่น ทางฟันในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของฟันหรือฟันผุ (Infective Endocarditis) เกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และตัวเชื้อโรคไปเกาะกินที่ลิ้นหัวใจ  ผู้ป่วยจะมีอาการเฉียบพลัน และหัวใจวายรุนแรงรวดเร็วมาก  ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของตัวลิ้น และทำให้เกิดการรั่วของลิ้นอย่างรุนแรง กลุ่มโรคนี้ส่วนหนึ่งพบในผู้ป่วยที่ใช้ ยาเสพติดฉีดเข้าเส้นโดยใช้เข็มที่ไม่สะอาดพอ เป็นเหตุให้เชื้อโรคเข้าในกระแสโลหิตได้ อย่างไรก็ตาม สามารถพบโรคลิ้นหัวใจอักเสบนี้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้ติดยาเสพติดได้ โดยเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายด้วยช่องทางอื่น เช่น ทางฟันในผู้ป่วยที่มีการอักเสบของฟันหรือฟันผุ
      แนวทางการรักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ[list=1]
    • การรักษาด้วยยา (Medical Treatment)[/*]
    • การรักษาด้วยบอลลูน (Percutaneous Balloon mitral  valvulotomy, PBMV) เป็นการรักษาโรคลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ โดยการใส่สายสวนที่มีบอลลูน เข้าทางเส้นเลือดดำที่ขาหนีบ และสอดบอลลูนนี้ไปถึงลิ้นที่ตีบ และขยายลิ้นโดยบอลลูนนั้น[/*]
    • การผ่าตัด มี 2 ชนิด คือ [/*]
    • การขยายลิ้นหรือซ่อมลิ้น (Valve Repair)[/*]
    • การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement)[/*]
    ประเภทของลิ้นหัวใจ (Heart Valve for Replacement)1) ลิ้นหัวใจเทียม (Mechanical Valve)มีชนิดลูกบอล ทำจากสาร Silastic และชนิดโลหะเป็นบานพับ (Disc Valve) ทำงานเหมือนการปิดเปิดของประตูหรือหน้าต่าง ข้อดี: ลิ้นหัวใจเป็นโลหะ จึงคงทนไม่มีการเสื่อมสลาย ข้อเสีย:  ต้องกินยากันเลือดแข็ง (anticoagulation) ตลอดชีวิต
    •  เกิดลิ่มเลือดจากลิ้นหัวใจได้[/*]
    •  เกิดการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจใหม่ได้[/*]
    • มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน[/*]
    2) ลิ้นหัวใจจากเนื้อเยื่อสัตว์ (Bioprosthesis, Tissue Valve)มี 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจหมู (Porcine Valve) และลิ้นหัวใจที่ทำจากเยื่อหุ้มหัวใจของวัว (Bovine Pericardium) ข้อดี: ไม่ต้องกินยากันเลือดแข็งและเกิดลิ่มเลือดที่ลิ้นหัวใจน้อย ข้อเสีย: ลิ้นหัวใจใหม่จะเสื่อมสภาพภายใน 5-10 ปี ทำให้ต้องทำผ่าตัดใหม่
    3) ลิ้นหัวใจของมนุษย์ (Homograft Heart Valve)จากผู้บริจาคอวัยวะ วิธีนี้เป็นการนำลิ้นหัวใจจากผู้เสียชีวิตที่ได้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะไว้ตั้งแต่ก่อนเสียชีวิต หรือได้รับอนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิตให้นำลิ้นหัวใจมาใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งถ้านำมาผ่านกระบวนการเตรียมและเก็บโดยวิธีพิเศษจะสามารถเก็บรักษาไว้ใช้ได้ถึง 5 ปี  ผู้เสียชีวิตที่สามารถบริจาคลิ้นหัวใจมี 3 ประเภท คือ 1) ผู้เสียชีวิตจากสมองตาย ที่บริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายอวัยวะ แต่หัวใจมีสภาพไม่เหมาะสมที่จะนำไปปลูกถ่ายได้ 2) ผู้เสียชีวิตที่หัวใจหยุดเต้น ทั้งนี้ผู้บริจาคต้องไม่มีข้อห้ามในการนำลิ้นหัวใจไปใช้ ซึ่งจะพิจารณาจาก อายุ สาเหตุการเสียชีวิต ระยะเวลาที่เสียชีวิต การติดเชื้อต่าง ๆ เป็นต้น 3) ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจใหม่ สามารถบริจาคหัวใจดวงเก่าไม่มีพยาธิสภาพที่ลิ้นหัวใจ
    ข้อดี:โอกาสเกิดการติดเชื้อของลิ้น ต่ำมาก อายุการใช้งานนานพอสมควร  (10-22 ปี) ไม่ต้องรับประทานยากันเลือดแข็งตัว เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ที่ลิ้นหัวใจน้อย ไม่มีเสียงของลิ้นหัวใจดังรบกวน ดีมากในกรณีโรคลิ้นหัวใจอักเสบจากการติดเชื้อ
    ข้อเสีย:  ต้องได้จากผู้บริจาคอวัยวะเท่านั้น มีความสลับซับซ้อนในขั้นตอนการเก็บรักษา (Valve Preservation) การผ่าตัดใส่ลิ้นหัวใจนี้แก่ผู้ป่วยค่อนข้างมีความยุ่งยากมากกว่าการใส่ลิ้นหัวใจ 2 ชนิดแรก ถึงแม้ว่าในการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจให้แก่ผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติจะมีชนิดลิ้นให้เลือกหลายชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันในคุณลักษณะ คุณสมบัติ อายุการใช้งาน ความยากง่ายในการผ่าตัดรวมถึงราคาที่แตกต่างกัน สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักและขอเน้นก็คือ ลิ้นหัวใจแต่ละชนิดนี้ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีชนิดของลิ้นหัวใจที่เหมาะสมที่สุด เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกใช้ลิ้นหัวใจให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งต้องอธิบายเหตุผลและรายละเอียดให้ผู้ป่วยเข้าใจด้วย[/color]

    10
    เสริมสวย สุขภาพ / อัพเดท: ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly)
    « เมื่อ: 3 กรกฎาคม 2018, 13:18:27 น. »
    โรคระบบทางเดินปัสสาวะ  ระบบทางเดินปัสสาวะของคนเราประกอบด้วย ไต (Kidney) ท่อไต (Ureter) 2 ข้าง กระเพาะปัสสาวะ (Bladder) และท่อปัสสาวะ (Urethra)  ไตทำหน้าที่กรองของเสียออกในรูปปัสสาวะ ส่งผ่านท่อไตไปยังกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ

    http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=17

    11
    เสริมสวย สุขภาพ / ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly)
    « เมื่อ: 2 กรกฎาคม 2018, 17:14:28 น. »
    [img width=696,height=528]https://i0.wp.com/www.108news.net/wp-content/uploads/2018/07/554.jpg[/img]

    ภาวะหัวใจโต (Cardiomegaly)

    ภาวะหัวใจโต เป็นภาวะที่หัวใจมีขนาดโตมากกว่าปกติ ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้จากภาพถ่ายเอกซเรย์ปอดสาเหตุที่ทำให้มีภาวะหัวใจโตนั้นมีได้หลายสาเหตุทั้งที่เป็นจากภาวะตามธรรมชาติ เช่น การตั้งครรภ์ เป็นต้น และเป็นจากตัวโรคหัวใจเองเช่น มีลิ้นหัวใจผิดปกติ,กล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ,หัวใจเต้นผิดปกติรวมไปถึงเยื้อหุ้มหัวใจที่ผิดปกติ ภาวะหัวใจโตสามารถตรวจพบได้ทุกเพศทุกวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุแต่จะพบในประชากรที่สูงอายุมากกว่าวัยอื่นๆ อันเนื่องมาจากผู้สูงอายุจะพบว่ามีความเสื่อมของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจและเซลล์ต่างๆ ของร่างกายและในผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวร่วมหลายโรคอีกด้วย

    หัวใจโตมีอาการอย่างไร ?
    ในระยะแรกของภาวะหัวใจโตมักจะไม่มีอาการแสดงสามารถตรวจพบได้จากการภาพถ่ายเอกซเรย์ปอดหรือการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในผู้ป่วยบางรายอาจจะมีอาการเหนื่อยง่าย, ใจสั่น, บวมหรือเจ็บแน่นหน้าอก

    หัวใจโตเกิดจากสาเหตุใด ?
    มีสภาวะหลายอย่างที่ทำให้หัวใจโตเช่นภาวะที่มีความดันโลหิตสูงหรือภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายเช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ในเด็กจะพบว่าหัวใจพิการแต่กำเนิดเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย หัวใจวายเฉียบพลันและหัวใจเต้นผิดปกตินั้นสามารถเกิดภาวะหัวใจโตได้

    ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หัวใจโต
    • ความดันโลหิตสูง[/*]
    • ประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะญาติสายตรง (พ่อ แม่ พี่น้องท้องเดียวกัน)[/*]
    • หลอดเลือดหัวใจตีบ[/*]
    • หัวใจพิการแต่กำเนิด[/*]
    • ลิ้นหัวใจผิดปกติ[/*]
    • กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน[/*]
    • การใช้สารเสพติดเช่น สูบบุหรี่, การติดสุราและสารเสพติดให้โทษชนิดอื่นๆ[/*]
    การรักษาการรักษาภาวะหัวใจโตนั้นจะขึ้นกับสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในการเกิดภาวะหัวใจโตเป็นหลัก การรักษานั้นแบ่งง่ายๆเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหัวใจโตเช่น หมั่นตรวจเช็คความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ, ออกกำลังกายเป็นประจำ, งดบุหรี่และสุรา หากมีภาวะหัวใจโตแล้วการรักษาจะมีทั้งการรับประทานยา, สวนหลอดเลือดหัวใจ, จี้ไฟฟ้าหัวใจและผ่าตัดทั้งนี้ขึ้นกับอาการ, อาการแสดงและโรคหัวใจนั้นๆเป็นหลัก[/color]

    12
    อื่นๆ / ปั้มไลค์เพจ 1000 ไลค์ต้องเว็บ lnwlike.org
    « เมื่อ: 2 กรกฎาคม 2018, 12:23:53 น. »
    ศูนย์รวมระบบ ปั้มไลค์ ที่ดีและติดอันดับ 1 ของเมืองไทยที่ >> https://www.lnwlike.org

    13
    ปั้มไลค์ ปั้มติดตาม ปั้มคอมเม้น ปั้มรีแอคชั่น ปั้มรีวิวเพจ ปั้มแชร์ ปั้มไลค์เพจ
    ศูนย์รวมระบบปั้มไลค์ ปั้มติดตาม ปั้มคอมเม้น ปั้มรีแอคชั่น ปั้มรีวิวเพจ ปั้มแชร์ ปั้มไลค์เพจ ใช้งานฟรี การันตีโดย LnwLike.org

    เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.lnwlike.org

    Tags : ปั้มไลค์

    14
    อื่นๆ / ปั้มไลค์ 1000 ไลค์ต้องเว็บ lnwlike.org
    « เมื่อ: 2 กรกฎาคม 2018, 00:44:29 น. »
    ศูนย์รวมระบบ ปั้มไลค์ ที่ดีและติดอันดับ 1 ของเมืองไทยที่ >> https://www.lnwlike.org

    15
    โรคกระดูกและข้อ ในปัจจุบันพบได้มากขึ้นเรื่อยๆโดยมีด้วยกันหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นโรคที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น กระดูกหัก ต่างๆ เอ็นรอบข้อฉีกขาด โรคจากการทำงานและเล่นกิจกรรมที่หักโหม เช่น อาการปวดหลัง ปวดคอ นิ้วล็อก โรคโดยกำเนิด เช่น เท้าปุก กระดูกสันหลังคดงอ โรคจากการอักเสบติดเชื้อ ส่งผลให้การดำเนินชีวิตขาดความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่ว ด้วยเหตุผลนี้โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์จึงจัดตั้ง "คลินิกศัลยกรรมกระดูกและข้อ" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติและดำเนินชีวิตได้ดีเช่นเดิม โดยพร้อมให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูทุกท่านที่ทุกข์ทรมานจากอาการบาดเจ็บที่กระดูกหรือความผิดปกติของกระดูกและข้อต่อเฉียบพลันและเรื้อรัง
      
              "คลินิกศัลยกรรมกระดูกและข้อ" โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ เป็นศูนย์การแพทย์สาขาวิชาออร์โธปิดิกส์ที่มีมาตรฐานแห่งหนึ่ง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทีมศัลยแพทย์กระดูกและข้อที่มีความรู้ความชำนาญและมีประสบการณ์เฉพาะสาขาวิชาความชำนาญด้านกระดูกและข้อในสาขาเฉพาะทางที่ลงลึกในสาขาย่อย (Subspecialtyผ่านการฝึกอบรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงความพร้อมของอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัยทำให้ผลการรักษาโรคกระดูกและข้อได้ผลที่ดีกว่าการรักษาทั่วไป ไม่ว่าการผ่าตัดกระดูกหัก รักษาอาการโรคข้ออักเสบ ข้อเสื่อม ด้วยวิธีการใช้ยาและการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อหัวไหล่ การเย็บเส้นเอ็นหัวเข่าด้วยวิธี Arthroscopy ทำให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้นและเพื่อให้ความมั่นใจว่าผู้ป่วยทุกท่านจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด
     
    ให้การบริการและการรักษา
    • ศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ทั่วไป[/*]
    • ศัลยกรรมกระดูกสันหลัง[/*]
    • โรคทางออโธปิดิกส์ในเด็ก[/*]
    • การรักษาโดยการส่องกล้องและเวชศาสตร์การกีฬา[/*]
    • ศัลยกรรมการเปลี่ยนข้อเทียม[/*]
    • สะโพกเทียม[/*]
    • ข้อเข่าเทียม[/*]
    • หัวไหล่[/*]
    • ข้อศอก[/*]
    • ศัลยกรรมเกี่ยวกับมือ[/*]
    โดยสามารถปรึกษาแพทย์ที่คลินิกโรคกระดูกและข้อ หากท่านมีอาการต่อไปนี้   - ความเจ็บปวดและการบาดเจ็บของระบบโครงสร้าง กระดูก ข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ
       - ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดเอว
       - อุบัติเหตุกระดูกหัก ข้อเคลื่อน ทั้งกระดูกสันหลังและแขนขา
       - บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือจากการทำงาน 
       - ปวดไหล่ แขน ศอก มือและเท้า
       - เอ็นและกล้ามเนื้อฉีกขาด
       - ความพิการผิดรูปร่าง ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
       - หลังคด
       - ข้อโก่งงอ
       - มือ เท้า นิ้ว ผิดรูปร่าง นิ้วหัวแม่เท้าเก
       - ขาสั้น ยาว ไม่เท่ากัน
       - ความเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม ข้อสะโพกเสื่อม
       - กระดูกพรุน
       - การอักเสบและการกดทับเส้นประสาท
       - มือชา นิ้วล็อค
       - แขนขา อ่อนแรง
       - ข้อบวม โรคเก๊าท์ โรคข้ออักเสบอื่นๆ

    เครดิต : http://www.chularat.com/service_detail.php?lang=th&gid=3&id=8

    หน้า: [1] 2 3
    พื้นที่โฆษณา ขนาด 985x100 พิกเซล
    ติดต่อ 087-693-9740 Line butsaba- มีเครื่องหมายขีด