A A A A ผู้เขียน หัวข้อ: สู่อิสรภาพ ติดคุก 7 เดือน คดีชิงเพชร 15 ล้าน สุดท้ายศาลยกฟ้อง  (อ่าน 19 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

12 กันยายน 2018, 23:49:39 น.
  • สุดยอดของนักประกาศ
  • *****
  • กระทู้: 38511
  • Karma: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
มูลค่าแหวน เพชร เมื่อนำไปขายใครพอทราบบ้างค่ะ

กระทู้จากเว็บพันทิป https://pantip.com/topic/31471494

สู่อิสรภาพ ติดคุก 7 เดือน คดีชิงเพชร 15 ล้าน สุดท้ายศาลยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกราช  มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม พร้อมด้วย นางสุจินดา ศรีวรขาน รองนายก อบจ.นครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง และชาวบ้านในพื้นที่ ต่างเดินทางไปร่วมแสดงความยินดี ให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ นายพิสิษฐ์ อายุ 48 ปี พร้อมด้วยภรรยา คือ น.ส.ดารีวรรณ อายุ 47 ปี ซึ่งเดิมมีอาชีพขายข้าวเหนียมนึ่ง ไก่ทอด 
แต่ได้ตกเป็นแพะในคดีดัง ขโมยเพชร มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ในพื้นที่ สน.บางเสาธง กทม. จนกระทั่ง นายพิสิษฐ์ อายุ 48 ปี ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำหมายศาล เข้าจับกุมที่บ้านพัก เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560  ในข้อหาวิ่งราวเพชรมูลค่า กว่า 15 ล้านบาท และมีการควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดี ทั้งที่เจ้าตัวให้การปฏิเสธ ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด
จากนั้น ทางด้าน น.ส.ดารีวรรณ ภรรยาและครอบครัว ได้ดิ้นรนต่อสู้เข้าร้องทุกข์ไปยังหลายหน่วยงาน รวมถึงกระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ เพื่อหาความยุติธรรมให้ครอบครัว และนำพยานหลักฐานไปยืนยันพิสูจน์ความจริง ในกระบวนการยุติธรรม 
โดยทางผู้เสียหายถูกขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรี นานกว่า 7 เดือน จนกระทั่งศาลอาญาธนบุรี พิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2560 หลังกระทรวงยุติธรรม ได้ให้การช่วยเหลือ ในเรื่องของการหาพยานหลักฐาน มาหักล้างกับศาล จนได้มาซึ่งอิสรภาพ 
ภายหลังทางด้าน ดร.ชาติชาย โทสินธิติ หัวหน้าสำนักงานรองปลัด กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเดชา แจ่มจันทร์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครพนม ได้เดินทางมาให้กำลังใจ และมีการมอบเกียรติบัตรขอบคุณ ให้แก่พยานปากสำคัญ รวม 17 ปาก จึงมีการนำไปเป็นหลักฐานหักล้างความผิดกับศาล
นอกจากนี้ หลังพ้นโทษ ยังได้มี นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิทบูล ประธานชมรมมิตรภาพพิทบูล พร้อมกลุ่มเพื่อนในเฟซบุ๊คแฟนเพจ Pitbullzone ได้เดินทางมาเยี่ยมมอบเงินเป็นทุนสร้างอาชีพกว่า 1 แสนบาท รวมถึงเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ทราบข่าว ได้เดินทางมาให้กำลังใจที่บ้านพัก
และแสดงความยินดีในโอกาสที่ นายพิสิษฐ์พร้อมด้วยภรรยาได้สร้างชีวิตใหม่ ในการเปิดกิจการร้านส้มตำไก่ย่าง ในชื่อแพะชิงเพชรปิ้งย่างสร้างชีวิต โดยได้รับการดูแลเยียวยาจากหลายหน่วยงาน ที่มีการเยียวยาตามขั้นตอนของกฎหมาย ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ ที่เป็นการต่อสู้คืนความยุติธรรม แก่ผู้ตกเป็นเหยื่อในคดีอาญา
ส่วนประเด็นสำคัญของการตกเป็นผู้ต้องหา จากเอกสารหลักฐาน ทางกระทรวงยุติธรรมยืนยันว่า มาจากหลักฐานสำคัญที่ตำรวจสืบสวน ติดตามจากการใช้โทรศัพท์มือถือ ของขบวนการโจรกรรมเพชร ที่มีการติดต่อกับผู้เสียหาย ก่อนที่จะเกิดการขโมยเพชรขึ้น โดยระบุเป็นชื่อของนายพิสิษฐ์
แต่ข้อเท็จจริงมีการตรวจสอบว่า หลักฐานสำเนาบัตรประชาชน ที่นำไปจดทะเบียน ไม่ได้เอาบัตรประชาชนตัวจริงไปยืนยันตามระเบียบของ กสทช. เป็นที่มาของเอกสารหลักฐานที่ขบวนการฉกเพชรทำขึ้น 
รวมถึงหลักฐานสำคัญของโรงพยาบาลนครพนม ที่ระบุว่า วันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ผู้เสียหายยังอยู่ในพื้นที่ จ.นครพนม และมีการไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาล ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ ที่ กทม. รวมถึงพยานปากสำคัญอีกหลายราย
ด้าน นายพิสิษฐ์ อายุ 48 ปี  ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันนี้ตนเหมือนได้ชีวิตใหม่ โดยก่อนนี้ไม่คิดว่าจะจะพ้นโทษ เพราะไม่มีทางสู้ และไม่รู้มาก่อนว่าจะถูกจับกุมดำเนินคดี เพราะ 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยไปกทม.เลย ทำค้าขายข้าวเหนียวนึ่ง ไก่ทอดกับภรรยาที่บ้าน
จนวันเกิดเหตุตำรวจมาจับกุม ตกใจมาก แต่ไม่สามารถที่จะต่อสู้อะไรได้ ต้องเข้าไปสู้เรือนจำ ทั้งที่ไม่เคยทำผิด โชคดีที่ภรรยาและครอบครัวต่อสู้ ได้รับความเมตตาจากกระทรวงยุติธรรม ดีเอสไอ รวมถึงภาคเอกชน สื่อออนไลน์ ในการติดตามช่วยเหลือมาตลอด จนได้คืนมาซึ่งอิสรภาพ ในที่สุดกลับมาทำอาชีพสุจริตกับครอบครัว
ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วน ที่ให้กำลังใจช่วยเหลือตลอด โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรม รวมถึงดีเอสไอ ส่วนตนพร้อมให้อภัยทุกเรื่อง สำหรับความผิดพลาดต่างๆ และไม่เคยอาฆาตใคร แต่อยากให้ทบทวนไม่อยากให้เกิดขึ้นในสังคม และขอตนเป็นคนสุดท้าย สำหรับคำว่าแพะ

 
แบ่งปันกระทู้นี้...
สำหรับเว็บบอร์ด
(BBCode)
สำหรับเว็บไซต์หรือเว็บบล็อก
(HTML)

พื้นที่โฆษณา ขนาด 985x100 พิกเซล
ติดต่อ 087-693-9740 Line butsaba- มีเครื่องหมายขีด